BBL

BBL

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 1630 จุด แต่มีแรงขายทำกำไรออกมาในระยะสั้นต่อเนื่อง ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1650 จุด และมีแนวรับที่ 1610 และ 1610 จุดเป็นแนวรับสำคัญ

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ หุ้น DTAC หรือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3 ปี 2562 กำไรสุทธิ 1,817 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.77 บาท พลิกจากขาดทุน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีขาดทุนสุทธิ 921 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.39 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 60,490 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,920 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 2.08 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 61 ที่มีรายได้รวม 56,250 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 572 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.24 บาท

นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/62 (ก่อนการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน TFRS 15) บริษัทมีรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่า IC มูลค่า 15,800 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 0.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 6,800 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า EBITDA margin (ปรับปรุง) อยู่ที่ 37.9% เพิ่มขึ้น 0.8 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ในช่วงปีที่ผ่านมา DTAC ได้พัฒนาคุณภาพและขยายพื้นที่โครงข่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มอัตราการขยายสถานีฐานเป็นเท่าตัวเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในการใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยในไตรมาส 3/62 เสาสัญญาณเพื่อให้บริการบนคลื่น 2300 เมกะเฮิร์ซ มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 16,400 เสา โดยมีเสาสัญญาณจำนวนมากที่มีการติดตั้งเทคโนโลยี 4G TDD Massive MIMO 64T64R ซึ่ง DTAC เป็นผู้ให้บริการรายแรกของไทยที่ให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าว นอกจากนี้ DTAC ยังคงพัฒนาด้านเทคโนโลยีในการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ยุค 5G โดยการทดสอบเทสต์เบดที่อาคารจามจุรี รวมไปถึงการอัพเกรดอุปกรณ์ระบบเครือข่ายหลักไปเป็นแบบเสมือน

ณ สิ้นไตรมาส 3/62 DTAC มีจำนวนลูกค้าทั้งสิ้น 20.4 ล้านราย ลดลง 217,000 ราย ขณะที่รายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่า IC เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 0.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของรายได้จากกลุ่มลูกค้าระบบเติมเงินและการรักษาระดับการพัฒนารายได้จากกลุ่มลูกค้าในระบบรายเดือน ในส่วนของกำไรสุทธิในไตรมาสที่ผ่านมามีมูลค่า 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจาก EBITDA หรือผลกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดจ่ายที่ดีขึ้น

DTAC ยังคงคาดการณ์รายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่า IC ในปีนี้จะลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ โดยจะมี EBITDA อยู่ในช่วง 2.4-2.5 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ DTAC วางแผนที่จะใช้เงินลงทุนในปี 62 จำนวนประมาณ 1.3-1.5 หมื่นล้านบาท

DTAC มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยอยู่ที่ 64.07 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 75.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 52.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวเข้าจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 63.00-63.50 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 68.00 และ 71.00 ตามกรอบแนวโน้มขาขึ้น และมีแนวรับสำคัญในระยะสั้นที่ 60.00 ถ้าหลุดจะมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทดสอบแนวรับถัดไปที่ 57.00 เป็นแนวรับสำคัญ

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Trendtalk