หุ้น TPIPP พุ่ง 11% หลังบอร์ดยืนยันจ่ายปันผลงวดปี 62 ไม่น้อยกว่าปี 61, โชว์กำไร 9 เดือนแรกโต 22.2%

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานวว่า หุ้นบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน) หรือ TPIPP ปรับตัวขึ้นแรงเช้านี้บวก 11% หลังคณะกรรมการบริษัทยืนยันการจ่ายเงินปันผลปีนี้จะไม่น้อยกว่าปีก่อน หลัง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิเติบโต 22.2% โบรกเกอร์คาดจะจ่ายเงินปันผลช่วงที่เหลือปีนี้อีก 0.30 บาทต่อหุ้น

ความเคลื่อนไหวราคาหุ้น TPIPP เช้านี้อยู่ที่ 4.44 บาท บวก 0.44 บาท หรือ 11% โดยระหว่างวันราคาปรับขึ้นมาสูงสุดที่ 4.56 บาท โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 81.54 ล้านบาท

TPIPP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า คณะกรรมการบริษัทได้มีมติยืนยันนโยบายการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการประจำปี 2562 ของบริษัท ไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้พิจารณาผลประกอบการของบริษัท และบริษัทย่อยสำหรับงวด 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 3,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 607 ล้านบาท หรือ 22.2% จากจำนวน 2,725 ล้านบาทในงวดเดียวกันปี 2561

TPIPP ยังได้แจ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 3/62 มายังตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,098.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,005.28 ล้านบาท โดยเป็นกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติ จำนวน 1,115 ล้านบาท กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ 5 ล้านบาท รับเงินค่าสินไหมทดแทน 2 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จำนวน 23 ล้านบาท

สำหรับในงวด 9 เดือนแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 22.30% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แบ่งเป็นกำไรจากการดำเนิธุรกิจปกติจำนวน 3,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.71%

**ขายไฟให้กฟผ. 3 โรง กำลังผลิต 163 MW

อนึ่งบริษัทมีโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาขายไฟฟ้า(PPA) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)3 สัญญา รวม 163 เมกะวัตต์(MW) โดยได้รับ Adder 3.50 บาทต่อหน่วย เพิ่มจากค่าไฟฐาน ประกอบด้วย

1.โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ RDF -20 MW (TG3) ภายใต้ PPA 18 MW ได้รับ Adder  ถึงเดือน ม.ค.2565

2.โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ RDF-60 MW (TG5) ภายใต้ PPA 55 MW ได้รับ Adder ถึง ส.ค.2565

3.โรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ RDF-100 MW (TG4 และ TG6) ภายใต้ PPA 90 MW ได้รับ Adder ถึง เม.ย.2568

โดยภายหลังระยะเวลาดังกล่าวข้างต้นโรงไฟฟ้าทั้ง 2 โรง ยังสามารถขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ.ได้ในราคาค่าไฟฐานต่อไป

**โบรกฯ จะจ่ายปันผลช่วงที่เหลือปีนี้อีก 0.30 บาทต่อหุ้น

บล.เคทีบี(ประเทศไทย)  ยังคงแนะนำซื้อหุ้น TPIPP แต่ได้ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 5.00 บาท จากเดิม 7.50 บาท เพื่อสะท้อนการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2562-2563 ลงจากเดิม 20% และ 19% ตามลำดับ  สะท้อนการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้าที่มากกว่าคาดในปีนี้ และปรับ capacity factor โดยรวมของปี 2563 ลงมาที่ราว 70% จากเดิม 80% ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3/62 ถือว่าเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทั้งนี้ราคาหุ้นช่วง 3 และ 6 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลง 35% และ -34% ตามลำดับ คาดมาจากประเด็นการจ่ายปันผลที่น้อยลงในช่วงครึ่งปีแรก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนแม้กำไรจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ตลาดกังวลต่ออัตราผลตอบแทนปันผลจะลดลง

อย่างไรก็ตามล่าสุดบริษัทประกาศจะจ่ายปันผลปี 2562 ไม่น้อยกว่าปีก่อน ซึ่งทำให้มีปันผลค้างจ่ายในช่วงที่เหลือของปีอีกอย่างน้อยราว 0.30 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็น dividend yield 7.4% จากราคาปัจจุบัน  ประเมินราคาหุ้นจะกลับมา outperform ตลาดได้ในช่วงที่เหลือของปี

รายงาน : วิรัช บูรณกนกธนสาร
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com