CHAYOลุ้นกำไรโตก้าวกระโดด เดินหน้าปั๊มพอร์ตสินเชื่อโกยเงิน

ทันหุ้น – CHAYO คาดกำไรไตรมาส3/2562 อยู่ที่ 36 ล้านบาท เติบโต  41%  คาดยอดซื้อหนี้ในงวด 9 เดือนยังไม่มาก แต่ทั้งปียังทำได้ตามเป้า เนื่องจากสถาบันการเงินมักขายในช่วงปลายปี อาจมีการปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้ธุรกิจหลักสูงกว่าที่คาดไว้  ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 6.20 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”

บริษัทหลักทรัพย์ทรีนีตี้ จำกัด ระบุถึงแนวโน้ม บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO  ไตรมาส3/2562 คาดว่ากำไรสุทธิอยู่ที่ 36 ล้านบาท ดีขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 41% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน  ซึ่งเป็นระดับ New High รายไตรมาสต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน โดยปัจจัยหนุนหลักในไตรมาสนี้ คาดว่าจะมาจากรายได้จากการรับซื้อหนี้มาบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการขายหนี้ที่มีหลักประกันได้ นอกจากนี้ยังคาดว่าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันจะรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นจากหนี้บางกองที่ตัดต้นทุนหมด ด้านธุรกิจสินเชื่อคาดว่ายอดสินเชื่อจะทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน ซึ่งทำให้เราคาดรายได้ดอกเบี้ยยังคงต่ำเพียงราว 3.5 แสนบาทในไตรมาสนี้ สำหรับต้นทุนในการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมเราคาดว่าจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน

คาดว่ากำไรปี2562 อยู่ที่ 119 ล้านบาท โดยกำไรงวด 9 เดือน 2562 คิดเป็นราว 86% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งมีแนวโน้มที่ฝ่ายวิจัยจะปรับประมาณการขึ้น เนื่องจากรายได้จากการรับซื้อหนี้มาบริหารในช่วง 9 เดือนแรกมากกว่าที่คาดไว้แต่เดิมมาก สำหรับแนวโน้มในไตรมาส4/2562  ยังมีโอกาสที่จะเห็นกำไรเติบโตต่อเนื่อง  ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 6.20 บาท อิง PBV 3 เท่า

ลุยประมูลหนี้เติมพอร์ต

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์  โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า CHAYO  ในฐานะหุ้น Growth stock ที่กำไรมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น 29.3% ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากการเข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลกำไร หลังซื้อ NPL เข้าพอร์ตสม่ำเสมอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาคครัวเรือนเปิดโอกาสดูดซับ NPL เข้าพอร์ตในราคาที่เหมาะสม เพื่อบริหารและนำออกขายในภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว

ปัจจุบัน CHAYO มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สิ้นงวดไตรมาส 2/62 ต่ำเพียง 0.07 เท่า มีศักยภาพในการเติบโตไปกับวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมได้อีกมาก จึงเริ่มต้นคำแนะนำซื้อด้วย TP20F (Fully Diluted) 6.20 บาท/หุ้น โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2562 เติบโตก้าวกระโดดคาดเพิ่มขึ้น 44.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนสู่ระดับ 123.5 ล้านบาท จากรายได้ธุรกิจซื้อหนี้ 79% ของรายได้รวม เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลกำไร หลังทยอยซื้อหนี้เสียเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และแนวโน้มรายได้จากธุรกิจรับบริหารหนี้ 21% ของรายได้รวม เติบโต 22.4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 50.7 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ตในปี 2562 ส่วนใหญ่เป็นการซื้อหนี้ที่มีหลักประกันด้วยเม็ดเงินอีก 600 ล้านบาท (ประเมินแบบ Conservative จากที่บริษัทตั้งเป้า 1,000 ล้านบาท) ส่งผลให้มูลหนี้ภายใต้การบริหารเร่งตัวขึ้นเป็น 4.23 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีก่อน ที่ 3.9 หมื่นล้านบาท หนุนกำไรปี 2563 โตต่ออีก16.3% สู่ระดับ 143.6 ล้านบาท