BTWโฟกัสงานมาร์จิ้นสูง ดันแบ็กล็อกเกิน2พันล.

ทันหุ้น – BTW เน้นรับงานมาร์จิ้นสูง  หวังพลิกผลงานฟื้น แม้ 6 เดือนยังขาดทุน 59.41 ล้านบาท  ด้านผู้บริหารแย้มอยู่ระหว่างทำแผนปี2563 เกาะติดโครงการใหญ่ต่างแดน เล็งมูลค่าหลักพันล้านบาท ล่าสุดเซ็นงานใหญ่ 1.4 พันล้านบาท ดันแบล็กล็อกเกิน 2 พันล้านบาท

นายโชติก รัศมีทินกรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW ประกอบธุรกิจให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก ตามความต้องการของลูกค้า เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนธุรกิจปี 2563  เบื้องต้นบริษัทคาดทิศทางงานโครงการใหญ่จะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งงานในและต่างประเทศ

สำหรับงานต่างประเทศ บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานโครงการขนาดใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ มูลค่า 2-3 แสนล้านบาท คาดจะเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าประมูลได้ในช่วงปลายปี โดยบริษัทคาดหวังงานหลักพันล้านบาท

ล่าสุดบริษัท เบสท์เทค แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแกนของกลุ่มบริษัทได้รับงานโครงการขนาดใหญ่ 2 โครงการ เป็นโครงการในประเทศ 1 โครงการและโครงการต่างประเทศ 1 โครงการโดยงานที่ได้รับเป็นโครงการ Clean Fuel Project at Sriracha Refinery , Thailand  มูลค่าโครงการ 1.38 พันล้านบาท ลักษณะงานเป็นงานรับจ้างผลิตโครงสร้างเหล็ก งานประกอบท่อโลหะ สายไฟและอุปกรณ์เป็นโมดูลเพื่อขนส่งไปประกอบเป็นโรงกลั่นใหม่ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ซึ่งระยะเวลาโครงการ ตุลาคม 2562 ถึง สิงหาคม 2564

ตุนแบล็กล็อกแน่น

ส่วนอีกโครงการเป็นโครงการ GE-Meghnaghat มูลค่าโครงการ 80 ล้านบาท โดยมี GE Power Systems Korea เป็นผู้ว่าจ้าง ลักษณะงานเป็นงานรับจ้างผลิตโครงสร้างเหล็กในส่วนของหม้อต้มไอน้ำของเครื่องกำเนิดไอน้ำในโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม มีระยะเวลาโครงการ กันยายน 2562 ถึง มิถุนายน 2563

ทั้งนี้หากรวมงานในมือ หรือ Backlog ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 ที่มีอยู่ราว 900 ล้านบาท จะส่งผลให้บริษัทมี Backlog เกิน 2 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามการส่งมอบงาน สำหรับงานใหม่บริษัทจะเริ่มดำเนินการได้ทันที และคาดจะรับรู้รายได้ได้หมดภายในปี 2563-2564

สำหรับภาพรวมผลประกอบการปี2562 บริษัทจะพยายามผลักดันให้ผลประกอบการรวมกลับมาเป็นบวก จาก 6 เดือนแรกที่มีผลขาดทุน 59.41 ล้านบาท จากการส่งมอบให้กับลูกค้าตามกำหนด และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร และบริษัทคาดมีโอกาสที่สัดส่วนรายได้ในประเทศปี2562 จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60% และงานต่างประเทศจะอยู่ที่ 40% หลังจากบริษัทเน้นรับงานในประเทศมากขึ้น

“กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเรายังเน้นรับงานมาร์จิ้นสูง เพื่อผลักดันให้ผลประกอบการกลับมาเป็นบวก ซึ่งในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าคาดจะมีงานทยอยออกมาจำนวนมาก”นายโชติก กล่าว