‘หยวนต้า’ มอง ตัดสิทธิ GSP กระทบไม่มาก แต่ลงทุน Domestic Play ดีกว่า

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุ ผลกระทบจากการที่สหรัฐฯตัดสิทธิ GSP สินค้าไทย 573 รายการถือว่าไม่มากนัก เพราะคิดเป็นเพียง 0.01% ของมูลค่าการส่งออกรวม แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่อาจทำให้การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ หลังจากนี้ทำได้ยากขึ้น ขณะที่ ข้อตกลงกับกลุ่มประเทศอื่น เช่น CPTPP หรือ FTA จาก EU ยังไม่มีความคืบหน้า และที่สำคัญคือเงินบาทยังคงแข็งค่ากว่าภูมิภาค หุ้นกลุ่มส่งออกที่ราคาลงมาลึกมากแล้วจึงยังไม่น่าสนใจลงทุน ในทางตรงข้าม กลับช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับกลุ่ม Domestic Play ซึ่งเรายังให้เพิ่มน้ำหนักในช่วง 2H62 เช่น สื่อสาร(ADVANC, INTUCH) โรงไฟฟ้า(GPSC) ค้าปลีก(CPALL) โรงพยาบาล(BCH, EKH) ขนส่งและโลจิสติกส์(BTS, BEM, AOT)

สหรัฐฯ ตัดสิทธิ GSP ประเทศไทย 573 รายการ เริ่ม 25 เม.ย. 63
สำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ประกาศว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯระงับให้สิทธิพิเศษทางศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) แก่ประเทศไทย จำนวน 573 รายการ คิดเป็นมูลค่าราว 1.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือ 30% ของมูลค่าสินค้าที่ไทยได้สิทธิ GSP จากสหรัฐฯกว่า 1,485 รายการ มูลค่า 4.4 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ มีผลวันที่ 25 เม.ย. 63 โดยให้เหตุผลว่าเกิดจากประเด็นสิทธิแรงงานตามมาตรฐานสากล

ผลกระทบต่อการส่งออกจำกัด
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทยจำกัด เพราะมูลค่าสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP คิดเป็นเพียง 4.6% ของมูลค่าสินค้าที่ส่งออกไปสหรัฐฯ และคิดเป็นเพียง 0.01% ของมูลค่าการส่งออกรวม

กลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง (ไทยมีความสามารถในการแข่งขันต่ำ) คือ คอนโซล โต๊ะและฐานรองอื่น ๆ ที่ติดตั้งด้วยเครื่องอุปกรณ์, รถจักรยานยนต์, แว่นสายตาหรือแว่นกันลมกันฝุ่น, หลอดหรือท่อทำจากยางวัลแคไนซ์, อ่างล้างหน้า, เครื่องสูบของเหลว, สารเคลือบผิว Epoxy Resin,เครื่องสูบลมหรือสูบสูญญากาศ, อาหารปรุงแต่งที่ทำจากธัญพืช, ยางนอกชนิดอัดลม

กลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงปานกลาง คือ เนื้อปลาแปรรูป แช่เย็น แช่แข็ง และพืชแปรรูป

กลุ่มเสี่ยงต่ำ(ไทยมีความสามารถในการแข่งขันสูง) คือ เครื่องจักรไฟฟ้า/เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้า, ฟอยล์อะลูมิเนียม, ท่อนเส้นอลูมิเนียม, เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับจุดระเบิดหรือสตาร์ตเครื่องยนต์ชนิดสันดาปภายใน, ส่วนประกอบสำหรับตัดต่อหรือป้องกันวงจรไฟฟ้า, เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสําหรับตัดต่อหรือป้องกันวงจรไฟฟ้า, สายชนวนจุดระเบิด, รถพ่วง, เครื่องจักร/อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ, ของอื่นๆ ที่ทำด้วย พลาสติก, หีบแบบหล่อสําหรับใช้ในงานหล่อโลหะ, เครื่องทอง/เงิน

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไม่มาก แต่ถือเป็น Sentiment เชิงลบ
เราประเมินผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยเป็นลบไม่มากนัก เพราะบริษัทจดทะเบียนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่ TU ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะถูกกระทบมากที่สุด ได้ออกมาชี้แจงว่ายังไม่ได้ใช้สิทธิ GSP จึงไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีการถูกตัดสิทธิ

ความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า เราคาดว่าจะยิ่งกดดันรัฐบาลและกลุ่มผู้ส่งออก เพราะสหรัฐฯเป็น (1) ตลาดส่งออกอันดับที่ 1 ของไทยในปัจจุบัน โดยยอดส่งออกไปสหรัฐฯ 9M62 อยู่ที่ 2.36 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ มากกว่าจีนที่ 2.13 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ (2) ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ด้วยมูลค่า 1.03 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7% YoY สำหรับงวด 9M62 หากสหรัฐฯตัดสิทธิไทยเพิ่มเติม หรือกีดกันการค้าในรูปแบบอื่น ด้วยเงื่อนไขที่สหรัฐฯประเมินว่าทำให้ผู้ประกอบการสหรัฐฯถูกกีดกันการค้าจากไทย อาจกระทบต่อยอดส่งออก (ที่ชะลอตัวอยู่แล้ว) อย่างมีนัยสำคัญ

ความท้าทายของรัฐบาลและผู้ประกอบการไทย แนวทางสำคัญในการลดพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯ คือการกระจายตลาด เช่น จีน, อาเซียน, เอเชียใต้, ตะวันออกกลาง, และยุโรป แต่ด้วยศักยภาพในการแข่งขันที่ถดถอยเพราะอยู่ในช่วงเริ่มต้นของรัฐบาลชุดใหม่ โดย World Economic Forum ได้ปรับอันดับไทยลงมาอยู่ที่ 40 จาก 141 ประเทศ ลดลงจากปีก่อน 2 อันดับ และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชียอยู่ราว 6% YTD ขณะที่ การเข้าร่วมข้อตกลง CPTPP หรือการพิจารณา FTA จาก EU ยังไม่มีความคืบหน้าจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรับโครงสร้างตลาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงตลาดสหรัฐฯได้ทันที

หุ้นกลุ่มส่งออกยังเหนื่อย เน้น Domestic Play ดีกว่า กลุ่มส่งออกทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และสินค้าเกษตร ถูกกดดันอย่างหนักมาตั้งแต่ต้นปี จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และเงินบาทแข็งค่า แม้หุ้นหลายตัวจะปรับลงมามากแล้ว แต่เมื่อพิจารณาจากแรงกดดันรอบด้านและความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า เรายังแนะนำให้ชะลอการลงทุนต่อเนื่อง โดยประเมินว่าหุ้นกลุ่ม Domestic Play ยังเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจกว่า เช่น กลุ่มสื่อสาร(ADVANC, INTUCH) โรงไฟฟ้า(GPSC) ค้าปลีก(CPALL) โรงพยาบาล(BCH, EKH) ขนส่งและโลจิสติกส์(BTS, BEM, AOT)

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like)http://Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon V.I.P
www.thunhoon.com