คาดที่ประชุม FOMC ลดดอกเบี้ย

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังดูอ่อนแอฝั่งยูโรโซน PMI ภาคการผลิตออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด ส่วนของฝั่งสหรัฐฯยังอ่อนแอเช่นเดียวกัน ทั้งดัชนี ISM ภาคการผลิตลดลงเป็น 47.8 จุดในเดือน ก.ย. จาก 49.1 ในเดือน ส.ค. และ ISM-non manufacturing ที่ปรับลดลงเป็น 52.6 ในเดือน ก.ย. จาก 56.4 เดือน ส.ค. ทำให้เราคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 25 bps. ในสัปดาห์นี้ (ความน่าจะเป็น 90%) ขณะเดียวกันมองว่าสหรัฐฯอาจใช้มาตรการด้านการคลัง (ลดภาษี/กระตุ้นการใช้จ่าย) และเร่งลงนามข้อตกลงการค้ากับจีน เพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัว

คาด SET แกว่งตัวในกรอบ 1,580-1,620 จุด โดยกระแสเงินยังคงเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทย คาดกระแสเงินยังคงหมุนเข้าหุ้นปลอดภัย (โรงไฟฟ้า) และทิ้งหุ้นวัฏจักร (พลังงาน ปิโตรฯ ส่งออก ธนาคารขนาดใหญ่ รับเหมา อสังหาฯ) ทำให้เกิด Valuation gap กว้างสุดในรอบ 2 ปี โดยคาดว่าเม็ดเงินที่หมุนออกจากหุ้นวัฏจักรจะเข้าไปพักในกลุ่ม Defensive play ขนาดใหญ่ได้แก่ BDMS, AOT, BTS, BEM, ADVANC เป็นต้น โดยเราเลือกBDMS เป็นหุ้นแนะนำเนื่องจากคาดว่าจะมีเม็ดเงินหมุนกลับเข้ามาลงทุนในกลุ่มโรงพยาบาลซึ่ง laggard ตลาดหุ้นไทยกว่า 11% YTD และเป็น sector ที่ยังมี growth ในระยะยาว อีกทั้งBDMS ยังเป็นผู้นำกลุ่มโรงพยาบาล คาดกำไรปกติเติบโตขึ้น 13% ในปี 2563 และ 11% ในปี 2564 หนุนจากทั้งรายได้และอัตรากำไรที่ขยายตัวขึ้น ขณะที่ BDMS เริ่มเข้าสู่ช่วงปลายวัฎจักรของ capexจะช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้นและทำอัตรากำไรให้เพิ่มขึ้น

กลยุทธ์การลงทุน เน้นลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยหนุน และกำไร 2H19 มีแนวโน้มดี ดังต่อไปนี้

1) กลุ่มหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ CPALL BTS ORI TFFIF STEC

2) กลุ่มปันผลสูง JASIF LH TISCO TCAP

3) กลุ่มสื่อสารได้ประโยชน์จากการแข่งขันลดลง (รายได้เพิ่ม ต้นทุนลด) TRUE DTAC ADVANC INTUCH

4) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก IMO 2020 TOP PRM BGC TASCO

5) กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนฟื้น AOT ERW MINT CENTEL

6) ปัจจัยเฉพาะตัว CPF GUNKUL TPCH JAS OSP TKN MEGA TU GFPT BDMS IVL

ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญ  วันจันทร์ติดตามดุลการค้าสหรัฐฯ (ก.ย.) วันพุธสหรัฐฯจะมีการรายงาน GDP ไตรมาส3 ตลาดคาด +1.6% QoQและสินค้าคงคลังน้ำมันดิบ วันพฤหัสฯติดตามผลการประชุม FOMC และ PMI ภาคการผลิตของจีน (ต.ค.) ตลาดคาด 49.5 ฝั่งของไทยมีตัวเลขเศรษฐกิจโดย ธปท. วันศุกร์ติดตาม PMI (Caixin)(ต.ค.) ตลาดคาด 50.2 ฝั่งสหรัฐติดตามการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และ PMI ภาคการผลิต (ต.ค.)