ก.ล.ต.เริ่มนับหนึ่งไฟลิ่ง ‘แอพพลิแคด’จ่อเข้าmai

ทันหุ้น –  ก.ล.ต.นับ 1 ไฟลิ่ง “แอพพลิแคด”  จ่อเสนอขาย IPO จำนวน 80 ล้านหุ้น พร้อมวางแผนควง บล.ฟินันเซีย ไซรัส  จัดงานโรดโชว์พบนักลงทุนเดือนพฤศจิกายนนี้ เตรียมลงสนามเทรดตลาด เอ็ม เอ ไอ ภายในปีนี้

นายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSS  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) หรือ APP เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ และไฟลิ่ง บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) หรือ APP เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 28.57% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ และจะนำหุ้นของบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในปีนี้

ผู้นำด้านออกแบบ

ทั้งนี้ APP เป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายโซลูชั่นด้านการออกแบบอย่างครบวงจร ทั้งซอฟต์แวร์การออกแบบด้านอุตสาหกรรม และด้านสถาปัตยกรรมและก่อสร้าง ตลอดจนเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printer) และการให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่อง วัตถุประสงค์การระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการสาธิตการใช้งานให้แก่ลูกค้า รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน พร้อมเตรียมโรดโชว์พบนักลงทุนในเดือนพฤศจิกายน เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายโซลูชั่นด้านการออกแบบ และเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติอย่างครบวงจรในประเทศไทย

ปัจจุบัน APP มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วก่อน IPO 100 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 200 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้นโดยภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน ทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัท จะเพิ่มขึ้นเป็น 140 ล้านบาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 280 ล้านหุ้น นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายกำหนด

สัดส่วนรายได้ธุรกิจ

นายประภาส ตั้งอดุลย์รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอพพลิแคด จำกัด (มหาชน) หรือ APP เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในธุรกิจจัดจำหน่ายโซลูชั่นสำหรับการออกแบบอย่างครบวงจร ทั้งซอฟต์แวร์สำหรับออกแบบอุตสาหกรรม (Mechanical Solution : MEC) และสถาปัตยกรรมและการก่อสร้าง (Architecture Engineering & Construction : AEC) รวมถึงผลิตภัณฑ์ด้านการออกแบบ 3 มิติ (Hardware)

โดยสัดส่วนรายได้หลักของกลุ่มบริษัทจากการขายและบริการ ในงวด 6 เดือนแรก ปี 2562 มีรายได้จากการขายสัดส่วน 55.56% แบ่งเป็น ธุรกิจจัดจำหน่ายซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบ 39.78% และผลิตภัณฑ์ด้านการออกแบบ 3 มิติ 15.78% ขณะที่รายได้จากการบริการมีสัดส่วน 42.87% และรายได้อื่นๆ 1.57% ของรายได้รวม ทั้งนี้ จากการที่รายได้หลักของกลุ่มบริษัท มาจากการจำหน่ายซอฟต์แวร์ SolidWorks ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับการออกแบบอุตสาหกรรม และกลุ่มผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ผลิตและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ผู้ผลิตกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมและเครื่องจักร(IMM) กลุ่มยานยนต์ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

โชว์ผลประกอบการ

โดยปี 2559 – 2561 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 540.39 ล้านบาท จำนวน 563.48 ล้านบาท จำนวน 738.96 ล้านบาท ตามลำดับ ในขณะเดียวกันกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท ก็เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 21.23 ล้านบาท 27.73 ล้านบาท 75.24 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับในงวด 6 เดือนแรก ปี 2562 กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมจำนวน 332.26 ล้านบาท กำไรขั้นต้นรวมจำนวน 157.45 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ  48.14% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตรากำไรขั้นต้นปี 2561 ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.51 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 6.17%