BGRIMลุยดีลซื้อกิจการ ครึ่งปีหลังรับรู้CODเพิ่ม

ทันหุ้น – ผู้บริหาร BGRIM ยันผลงานครึ่งหลังปี 2562 สวย จ่อรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่ม   ส่งซิกมีดีล M&A-ร่วมทุนโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศอีก  4-5 ดีล หวังเพิ่มกำลังผลิต จากปัจจุบันราว 3,000 เมกะวัตต์ คาดชัดเจนบางส่วนในไตรมาส 4/2562  

นายนพเดช กรรณสูต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท บี.กริม.เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า คาดผลงานครึ่งหลังปี 2562  จะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนกว่าช่วงครึ่งแรกปีนี้ เนื่องจากธุรกิจมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น หลังช่วงที่ผ่านมามีการเปิดผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) จากโครงการต่างๆ เพิ่มเติม อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ Phu Yen TTP ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ (MW) และ COD เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ทำให้ธุรกิจรับมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าโครงการที่เปิดใหม่ในช่วงครึ่งแรกปีนี้เข้ามาอย่างเต็มที่ด้วย

ลุยM&Aอัพฐานเพิ่ม           

ขณะเดียวกันปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อควบรวมกิจการ (M&A) และเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ (กรีนฟิลด์) ทั้งในและต่างประเทศอยู่ประมาณ 4-5 ดีล ซึ่งโรงไฟฟ้าที่บริษัทให้ความสนใจค่อนข้างมากนั้นจะเป็นประเภทที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ เพราะเป็นสิ่งที่ธุรกิจมีความมีเชี่ยวชาญ ซึ่งแต่ละโครงการที่เข้าลงทุนนั้นจะต้องให้อัตราผลตอบแทนจากการขายลงทุน (IRR) อยู่ที่ระดับไม่ต่ำกว่า 12% หวังได้เห็นความชัดเจนบางส่วนภายในไตรมาส 4/2562

อย่างไรก็ดี หากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้คงช่วยผลักดันกำลังผลิตไฟฟ้ารวมขยับสูงขึ้น จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตไฟฟ้าที่เปิดผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วประมาณ 3,000 เมกะวัตต์ รวมทั้งอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าแห่งใหม่อีกหลายโครงการ

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนในต่างประเทศเพิ่มเติม ขยายการลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ผลจากความต้องการใช้ไฟฟ้าต่างประเทศขยายตัว ทั้งประเทศเวียดนาม, กัมพูชา และประเทศอื่นๆในภูมิภาคอาเซียนที่ยังขาดไฟฟ้าจำนวนมาก จึงมองเป็นโอกาสในการลงทุนและช่วยสร้างรายได้ให้กับริษัทในอนาคต ตลอดจนยังถือเป็นอีกแรงสนับสนุนที่ผลักดันให้กำลังผลิตไฟฟ้าของ BGRIM ขยับเพิ่มเป็น 5,000 เมกะวัตต์ในปี 2565 ด้วย

ฐานแกร่งเหมาะลงทุนยาว

ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่าธุรกิจBGRIM  มีรายได้ที่สม่ำเสมอ โดยสัญญาที่บริษัททำกับทั้งภาครัฐ และเอกชนเป็นสัญญาระยะยาว ขณะที่บริษัทคอยเสาะหาโครงการใหม่ๆ มาพัฒนา จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อประเมินโครงการในอนาคตที่บริษัทได้มีการทำสัญญาไว้เรียบร้อย บริษัทจะมีโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทยทั้งหมด จำนวน 9 โครงการ ในต่างประเทศ 6 โครงการ โดยกำลังการผลิตรวมของทุกโครงการจะเป็น 830 MW

ฝ่ายวิเคราะห์ได้ประเมินการเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้นต่อปี (CAGR) ของบริษัทในช่วงปี 2561-2566 แยกออกเป็นรายการดังต่อไปนี้ กำลังการผลิตติดตั้ง (MW) จะเติบโตต่อปีที่ 12.8%, ปริมาณไฟที่จะสามารถผลิตได้ (GWh) จะเติบโตต่อปีที่ 7.4%,  รายได้จากการดำเนินงาน จะเติบโตต่อปีที่ 7.4% และกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน จะเติบโตต่อปีที่ 30.5%

สำหรับสาเหตุที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตก้าวกระโดดมากนั้น เนื่องมาจากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆของบริษัทจะเป็นโครงการไฟฟ้าที่พึ่งพาพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ซึ่งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจะไม่มีค่าใช้จ่ายในเรื่องของการซื้อเชื้อเพลิงสำหรับการผลิต ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักของโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม