EAรับจริงรัฐหนุนB10 ชูกรีนบอนด์ลดต้นทุน

ทันหุ้น – EA ออกกรีนบอนด์ วงเงิน 3 พันล้านบาท รึไฟแนนซ์หนี้เงินกู้-ลดต้นทุน ผู้บริหาร “อมร ทรัพย์ทวีกุล” ชี้ได้ประโยชน์รัฐจ่อใช้ B10 ต้นปีหน้า หนุนธุรกิจโบโอดีเซล ด้านโรงไฟฟ้าปีหน้ารับรู้โครงการหนุมานเต็มปี 260 เมกะวัตต์ โบรกเคาะพื้นฐาน  60.24 บาท ดีดลูกคิดปีหน้ากำไรพุ่งต่อ 13.6%

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า บริษัทล่าสุดบริษัทได้ออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพิ่มเติม ซึ่งเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ซึ่งได้รับรองจาก Climate BondInitiative คิดเป็นวงเงินราว 3 พันล้านบาท โดยมีอายุราว 7 ปี และมีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.744% ต่อปี เพื่อจำหน่ายให้กับทาง ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ไปแล้วเมื่อช่วงวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ดังกล่าว บริษัทจะนำไปใช้รีไฟแนนซ์เงินกู้จากการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมหนุมานในประเทศไทย ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้าสูงถึง 260 เมกะวัตต์ โดยหวังทำให้ต้นทุนทางกาเงินรวมปรับลดลง

B10 หนุนรายได้เพิ่ม

ขณะที่กรมธุรกิจพลังงานส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่มีส่วนผสมจากน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ที่ระดับ 10% หรือ “B10” (เดิมใช้น้ำมันปาล์มเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลเพียง 7% หรือ “B7”) และจะมีการเริ่มใช้อย่างเต็มรูปแบบช่วงเดือนมีนาคม 2563 นั้นบริษัทมองถือเป็นประเด็นบวกต่อบริษัท เนื่องจากปัจจุบันมีการประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายไบโอดีเซล จึงน่าจะเป็นแรงสนับสนุนให้ภาพรวมธุรกิจในส่วนดังกล่าวปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาทาง EA ได้มีการพัฒนาการโครงการ กรีนดีเซล และ PCM กำลังการผลิต 130 ตันต่อวัน ในจังหวัดระยอง ซึ่งใช้เงินลงทุนไปราว 1.1 พันล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 กำลังการผลิตของกรีนดีเซล (GD) และวัสดุดูดซับพลังงาน (PCM) มีอัตราการป้อน 65 ตันต่อวัน กำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน เดือนธันวาคม 2562 และเริ่มมีรายได้เชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 1/2563 ส่วนระยะที่ 2 เพิ่มกำลังการผลิตที่อัตราการป้อนโดยรวมเป็น 130 ตันต่อวัน กำหนดการก่อสร้างเพิ่มเติม (คาดเสร็จในปลายปี 2563)

*ปีหน้าบุ๊กหนุมานเต็มปี

สำหรับธุรกิจทางด้านโรงไฟฟ้านั้นปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตรวม 664 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการพลังงานลมหนุมาน 260 เมกะวัตต์ โครงการพลังงานลมหาดกังหัน 126 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 278 เมกะวัตต์ ซึ่งปีหน้าจะมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าในโครงการหนุนมานเต็มปี จากปีนี้ที่มีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าในโครงการดังกล่าวราว 7-8 เดือน จึงน่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้ภาพรวมธุรกิจเติบโตได้ต่อเนื่อง นอกเหนือ จากธุรกิจในส่วนอื่นๆ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า, เรือ, แบตเตอร์รี่, ไบโอดีเซล ฯลฯ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ทาง EA ประมาณการรายได้ในปี 2563 ไว้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่คาดไว้ 1.5 หมื่นล้านบาทเพราะจะมีการรับรู้รายได้จากกำลังผลิตไฟฟ้า 664 MW เข้ามาเต็มปี และยังมีการรับรู้รายได้จากส่วนอื่นๆ อาทิ

โรงงานแบตเตอร์รี่, รายได้จากการขายรถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ

เป้า 60.24 บาท

ด้านนักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น EA ให้ราคาเป้าหมาย 60.24 บาท เพราะคาดกำไรปกติงวดครึ่งปีหลัง 2562 และ ปี 2562 จะทำ New High จากการ COD โรงไฟฟ้าครบทุกโครงการ คาดกำไรปกติเติบโต 56.7% อยู่ที่ราว 6.06 พันล้านบาท อีกทั้งประเมินว่าในปี 2563-2565 ทำ New High ต่อเนื่อง จากธุรกิจใหม่ คือ Green diesel, Bio-PCM, แบตเตอรี่ระยะแรก

นอกจากนี้ ในแง่ของแผน PDP ที่อาจมีการปรับปรุงใหม่ เป็นบวกต่อทุกธุรกิจของ EA โดยเฉพาะแบตเตอรี่ 4.ประมาณการมี Upside เนื่องจากการยังไม่รวมธุรกิจรถไฟฟ้า เรือไฟฟ้า และสถานีอัดประจุไฟฟ้าไว้ในประมาณการ

ส่วนปี 2563 ทางฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปกติที่ 6.89 พันล้านบาท เติบโต 13.6% จากปี 2562  เนื่องจากได้แรงจากธุรกิจพลังงานทดแทนยกฐานกำไรสูงขึ้น ต่อยอดด้วยธุรกิจแบตเตอรี่ที่เริ่มสร้างรายได้ในไตรมาส 2/2563 เป็นต้นไป เป็นตัวผลักดันการเติบโต ขณะที่มี Upside จากการธุรกิจรถ EV เรือไฟฟ้า และการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ