ลุ้นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหม่

สวัสดีครับท่านนักลงทุน ในช่วงนี้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ผมคาดว่าจะได้รับความสนใจจากตลาดเป็นพิเศษ เนื่องจากจะได้ปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวออกมาเป็นระยะ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้เตรียมเสนอมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวชุดใหม่สำหรับปี 2563 โดยจะจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเป็นรายเดือนทั้ง 12 เดือน ซึ่งจะเป็นการทำงานร่วมกันกับหลายกระทรวง อาทิเช่น กระทรวงการคลัง (เกี่ยวกับมาตรการลดภาษีสินค้า Brand-named), กระทรวงสาธารณสุข (เกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเมืองรองที่มีศักยภาพ) เป็นต้น โดยมีเป้าหมายที่เน้นทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศ รวมถึงนักท่องเที่ยวจากต่างชาติที่จะมีการอำนวยความสะดวกด้วยการใช้ e-Visa และน่าจะได้อานิสงส์จากการจัดประชุมระดับนานาชาติ ช่วยกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้น

นอกจากนี้ ทางด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการขอความร่วมมือไปยังสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Airlines) ช่วยเพิ่มเที่ยวบินการให้บริการในท่าอากาศยานภูมิภาค เพื่อขยายฐานตลาดการท่องเที่ยวสู่เมืองรองอีกด้วย เป็นปัจจัยหนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว แม้มาตรการท่องเที่ยวที่จะออกมาใหม่เป็นแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะต้องทำงานร่วมกับหลายกระทรวง และจัดทำแผนงานออกมาเป็นรายเดือนทั้ง 12 เดือนว่าจะทำอะไรในจังหวัดใดหรือกลุ่มจังหวัดใดบ้าง ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลาหลังจากนี้ จึงคาดว่าเม็ดเงินที่สะพัดจากมาตรการดังกล่าวน่าจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วงปีหน้าเป็นต้นไป

อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นความคาดหวังที่มีต่อการออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพิ่มเติมในปี 2563 รวมทั้งความคาดหวังที่มีต่อมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ ครม.ได้อนุมัติออกไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ อาทิ มาตรการชิมช้อปใช้, มาตรการร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย และมาตรการเที่ยววันธรรมดา ราคา Shock โลก เป็นต้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยและราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวกลับมาคึกคักขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้

มาดูตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวกันบ้าง ซึ่งมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น จากฐานตํ่าใน 2H61 หลังจากเกิดอุบัติเหตุเรือล่มในจังหวัดภูเก็ต และรัฐบาลขยายระยะเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียม visa-on-arrival (VOA) ออกไปจนถึงเดือนเม.ย. 2563 จากที่สิ้นสุดเดือนต.ค. 2562 ทั้งนี้ ในช่วง 8เดือนในปีนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 2.6% YoY (26.5 ล้านคน) บ่งชี้ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 6% YoY ในเดือนส.ค. เร่งตัวขึ้นจากที่เพิ่มขึ้น 5% YoY ในเดือนก.ค. นอกจากนี้ ตามช่องทางต่างๆ พบว่าโมเมนตัมปรับตัวดีขึ้น โดยยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าของ AAV สำหรับเส้นทางบินประเทศจีนในช่วง Golden Week ของเดือนต.ค. สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้ผมมองว่ากลุ่มหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว จะมีปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ ซึ่งผมชอบ ERWและ CENTEL จากราคาหุ้นที่ลงมามากก่อนหน้านี้ จะฟื้นตัวได้ตามผลการดำเนินงานที่คาดว่าจะฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในครึ่งปีหลัง รวมถึงยังชอบ AOT อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นAOTได้ปรับตัวขึ้นมามากก่อนหน้านี้ ดังนั้น ให้รอการอ่อนตัว และค่อยซื้อสะสมนะครับ ซึ่งผมแนะนำแถวบริเวณ 70.00 บาทลงไป…และพบกันใหม่ในฉบับหน้า…ด้วยรักและหวังดีครับ