สกัดบาทหวั่นแตะ29บ. โผ6หุ้นเร่งนำเข้าลงทุน

ทันหุ้น – ธปท.ผวาเงินบาทแข็งค่าเล็งคลอดมาตรการควบคุมใน 1-2 เดือนนักวิชาการชี้ฝืนยาก เชื่อบาทปีหน้าแตะ 29 บาท/ดอลลาร์ หากไม่สปีดโครงการลงทุนด้าน “สมคิด” เร่งเอกชนฉวยจังหวะนำเข้าเครื่องจักรนักวิเคราะห์ชู AIT, SAMTEL, SYNEX, TRUE,ADVANC,DTACทีเด็ดต้นทุนนำเข้าถูกลง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมออกมาตรการดูแลเงินทุนเคลื่อนย้ายเพื่อไม่ให้บาทแข็งค่าจนกระทบกับภาคธุรกิจ โดยคาดว่าจะประกาศใช้ในช่วง 1-2 เดือนนี้ เบื้องต้นจะเน้นมาตรการสร้างสมดุลระหว่างเงินไหลเข้าไหลออก เช่น การสนับสนุนให้คนไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศอย่างเสรีมากขึ้นผ่านสถาบันและลงทุนโดยตรง หรือให้ผู้ส่งออกพักเงินที่ต่างประเทศยังไม่ต้องรีบแปลงกลับมาเป็นเงินบาท รวมทั้งจะเพิ่มผู้เล่นธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขันและลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าแล้ว 7% มาจากทั้งความเสี่ยงต่างประเทศที่มากขึ้น มาตรการกีดกันทางการค้า ทำให้เงินทุนไหลเข้าไทยซึ่งนักลงทุนมองว่ามีสินทรัพย์ปลอดภัยความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งมีการเข้ามาลงทุนโดยตรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเข้ามาซื้อกิจการบริษัทขนาดใหญ่ในไทย และเข้ามาซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเริ่มซื้อขายวันที่ 10 ต.ค.62 เป็นวันแรก

หลายปัจจัยดันบาทแข็งต่อ

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์  หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTBระบุว่า มาตรการกำกับดูแลของธปท.น่าจะยังไม่เพียงพอที่จะหยุดการแข็งค่าของเงินบาทในระยะยาว เนื่องจากเงินบาทไทยที่แข็งค่าที่สุดในภูมิภาคเอเชียเกิดจากพื้นฐานของประเทศไทยที่เกิดดุลการค้าต่อเนื่องประกอบกับปัจจัยภายนอกยังคงกดดันทั้งกรณีที่สหรัฐ มีแนวโน้มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง ควบคู่กับการใช้มาตรการอัดฉีดเม็ดเงิน (QE) ขณะเดียวกันธนาคารกลางสำคัญหลายประเทศก็พร้อมที่จะผ่อนคลายทางการเงินเช่นกัน ส่วนไทยก็มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในปี 2562 ส่งผลให้ค่าเงินบาทไทยในช่วงที่เหลือของปีน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 30.32-30.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มที่จะเห็นเงินบาทแข็งค่าแตะ 29 บาทต่อดอลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563 หากไทยยังไม่มีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้กลไกทางเศรษฐศาสตร์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยแท้จริงของประเทศขนาดใหญ่หลายประเทศติดลบ ทำให้ต่างชาติยังคงนำเงินมาพักในไทยอย่างต่อเนื่อง หากเรามีการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ หรือมีการใช้จ่ายเพื่อลดเงินสำรองระหว่างประเทศลงค่าเงินบาทก็จะอ่อนค่าลงตามกลไกเศรษฐศาสตร์โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย”

สมคิดจี้เอกชนเร่งลงทุน

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า อยากให้ภาคเอกชนฉวยจังหวะวิกฤตเป็นโอกาสในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็ง เร่งขยายการลงทุน ซึ่งปตท.เองก็ต้องเร่งลงทุน โดยไตรมาส 4 นี้ ปตท.จะลงทุนราว 3 หมื่นล้านบาท และปี2563 ปตท.ตั้งงบลงทุนไว้ 7-8 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานมีส่งเสริมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) คาดมาตรการ ธปท. จะพยุงค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าในระยะสั้น พร้อมกับยอมรับว่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่าแตะ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2563 หากรัฐบาลยังไม่สามารถกู้เงินเพื่อเดินหน้าลงทุนได้

“นโยบายต่างๆ ของทางธปท.น่าจะเป็นการพยุงสถานการณ์ไว้ เพื่อรอนโยบายการคลังของรัฐบาลในปี 2563 เพราะหากรัฐบาลสามารถเดินหน้ากู้เงินได้ การที่จะให้เอกชนเดินหน้าลงทุนรัฐบาลก็ต้องเร่งลงทุนก่อน”

นำเข้ารับอานิสงส์

นายณัฐพล ระบุหุ้นกลุ่มนำเข้าที่ได้รับอานิสงส์จากเงินบาทที่แข็งค่า คือกลุ่มงานวางระบบ และกลุ่มสื่อสารซึ่งนำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาจำหน่ายโดยตรง ประกอบด้วย บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT, บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL, บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE,บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC,บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เป็นต้น

ส่วนกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสัดส่วนหนี้สินเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา นายณัฐพล กล่าวว่า จะมีการชำระหนี้สินพร้อมอัตราดอกเบี้ยตามรอบการชำระปกติ เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่มีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน แต่สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่มีหนี้สินเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ มีความเป็นไปได้ที่จะเร่งชำระหนี้ในช่วงที่เงินบาทแข็งเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน