KKPบันทึก2ดีลยักษ์Q4 ปรับพอร์ตจบ-ปันผลฟู

ทันหุ้น-ผู้บริหาร KKP “อภินันท์ เกลียวปฎินันท์” ชี้หากหุ้นหลุดSET50 ไม่กระเทือนปัจจัยพื้นฐาน เชื่อนักลงทุนสถาบันปรับพอร์ตจบแล้ว ส่วนค่าที่ปรึกษาการเงิน AWC และการควบรวม TMB กับ TBANK จะบันทึกรายได้ในไตรมาส 4 นี้ นักวิเคราะห์แนะ เป็นจังหวะสะสมเคาะพื้นฐาน 80 บาท อัตราปันผลตอบแทน 7-8% ต่อปี

นาย อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร เกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน)  หรือ KKP เปิดเผยว่า กรณีการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ว่าหากหุ้นบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เข้ามาซื้อขายแล้ว จะทำให้หุ้น KKP หลุดจากการคำนวณใน SET50 ซึ่งหากเป็นไปตามคาดมองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐาน และผลดำเนินงานของKKP  แต่อาจมีผลกระทบในแง่ของการลงทุนของนักลงทุนสถาบันที่อิงกับดัชนี SET50 ที่จะมีการปรับพอร์ตการลงทุนในหุ้น KKPซึ่งเชื่อว่ามีการปรับพอร์ตไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ธุรกิจด้านที่ปรึกษาทางการเงินของกลุ่ม KKP ก็ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาส 4/2562 มีการรับรู้รายได้จากการเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายการนำ AWC ซึ่งเป็นดีล IPO ขนาดใหญ่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)  และมีรายได้จากการเป็นที่ปรึกษาการควบรวมกิจการของธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TMB กับธนาคารธนชาต (TBANK) และยังเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ CRC ที่มีแผนจะนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยได้ยื่นแบบไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) เรียบร้อยแล้ว

ส่วนธุรกิจการปล่อยสินเชื่อของ KKP ในปีนี้ได้ตั้งเป้าการเติบโตประมาณ 5% ซึ่งในครึ่งปีแรกเติบโตประมาณ 3% ต่ำกว่าเป้าหมาย แต่ก็จะพยายามผลักดันให้ทั้งปีนี้เติบโตเป็นไปตามเป้าหมาย

**แนะหาจังหวะซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีความเป็นไปได้ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะประกาศนำตัวหุ้น AWC เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกดัชนี SET50 และ SET100 ในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ หากเกิดขึ้น จะทำให้หุ้นในดัชนี SET50 และ SET100 หนึ่งบริษัทหลุดออกไป ซึ่งหากพิจารณาจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม หรือ Market cap ล่าสุดพบว่าบริษัทที่มีมูลค่าตลาดต่ำที่สุดในแต่ละดัชนีจะได้แก่ KKP และหุ้นบริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ BEAUTY

ในเชิงกลยุทธ์ หากผลเป็นไปตามนี้ แนะนำหาจังหวะเข้าสะสม KKP ในช่วงวันที่ 11 และ 15 ตุลาคมนี้ เนื่องจากสถิติบ่งชี้ว่าหุ้นที่ถูกถอดออกจากดัชนี SET50 มักปรับตัว Rebound ขึ้นได้นับตั้งแต่วัน Effective date เป็นต้นไป

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัดแนะนำซื้อหุ้น KKP ให้ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 80 บาทต่อหุ้น คาดธุรกิจสินเชื่อสามารถเติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5% นำโดยสินเชื่อเพื่อธุรกิจ นอกจากนี้ KKP มีความน่าสนใจมากกว่าธุรกิจธนาคารอื่นๆ เนื่องจากธุรกิจหลักทรัพย์มีแนวโน้มเติบโต คิดเป็นสัดส่วนราว 15% ของกำไรสุทธิ

นอกจากนี้คงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2562 ที่ 6.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากปีก่อน ในขณะที่ครึ่งปีแรก มีกำไรสุทธิ 2.7 พันล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสุทธิรวมทั้งปีที่ประมาณการไว้ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในหุ้น KKP คืออัตราปันผลตอบแทนที่สูงในระดับ 7-8% ต่อปี และค่าพี/อี เรโชที่ต่ำกว่า 10 เท่า ในขณะที่อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น หรือ  ROE ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี