TKN

TKN

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวลดลงจากแรงขายต่อเนื่องที่บริเวณแนวต้าน 1615-1620 จุด หลังจากพยายามฟื้นตัวเหนือแนวรับสำคัญที่ 1600 จุด ในขณะที่โครงสร้างในระยะยาวของ SET Index ยังคงมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1550 จุด โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1630 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจวันนี้ คือ หุ้น TKN หรือ บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสาหร่ายแปรรูปทั้งในและต่างประเทศภายใต้ตราสินค้า “เถ้าแก่น้อย” รวมถึงขนมขบเคี้ยว และผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพประเภทอื่นๆ โดยผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท คือ สาหร่ายแปรรูป แบ่งตามลักษณะของผลิตภัณฑ์เป็น 4 ประเภทได้แก่ 1) สาหร่ายทอดกรอบ 2) สาหร่ายย่าง 3) สาหร่ายเทมปุระ 4) สาหร่ายอบ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 กำไรสุทธิ 98 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.07 บาท กำไรลดลง เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.11 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 2,599 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.13 บาท กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 61 ที่มีรายได้รวม 2,698 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 306 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.22 บาท

นายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง (TKN) เปิดเผยว่า บริษัทปรับปรุงโครงสร้างการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในตลาดจีน โดยแต่งตั้งบริษัท โอริออน คอร์ป (Orion Crop.) ในประเทศจีน ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ โอริออนกรุ๊ป (Orion Group) ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศจีนแต่เพียงผู้เดียว จากเดิมที่มีตัวแทนจัดจำหน่าย (Distributor) รวม 3 ราย ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินงานเป็นระบบมากขึ้น เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อยอดขายในจีนให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องมากกว่าปีละ 30% จากปัจจุบันที่มียอดขายอยู่ราว 2,000 ล้านบาทต่อปี และยอดขายในตลาดจีนคิดเป็นสัดส่วน 40% ของยอดขายทั้งหมด

สำหรับโอริออน กรุ๊ป (Orion Group) ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายขนมขบเคี้ยวมานานกว่า 70 ปี โดยการเป็นผู้แทนจำหน่ายสินค้าในหลายประเทศ ด้วยมาตรฐานการผลิตและระบบบริหารจัดการที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยมีฐานการผลิตและเครือข่ายการจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ในจีนกว่า 30 ปี จะช่วยให้บริษัทได้รับประโยชน์ในด้านข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ข้อมูลตลาดสินค้า และช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศจีนมากยิ่งขึ้น โดยมูลค่าตลาดขนมของจีนที่สูงถึง 3 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ โอริออน กรุ๊ป ยังมีตลาดหลักอยู่ในเกาหลี ซึ่งปัจจุบัน TKA ก็อยู่ระหว่างการทำแผนการตลาด และศึกษาวิจัยผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมาะสม คาดว่าจะได้ข้อสรุปและส่งสินค้าไปจำหน่ายได้ในช่วงปลายไตรมาส 4/62 หรืออย่างช้าต้นปี 63 พร้อมกันนี้ยังมีตลาดรัสเซีย ที่บริษัทได้เริ่มเข้าไปศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค และคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายสินค้าได้ในช่วงต้นปี 63

โอริออน กรุ๊ป เป็นบริษัทที่มีตลาดครอบคลุมอยู่ในหลายประเทศ โดยมีประเทศหลักคือ จีน เกาหลี และรัสเซีย ซึ่งเราจะมีการศึกษากลุ่มลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมจากข้อมูลที่ได้มาจาก โอริออน กรุ๊ป ซึ่งเราเชื่อว่าจะช่วยให้เราเร่งการเติบโตและเข้าไปสู่เป้าหมายยอดขายที่ 10,000 ล้านบาทได้ในปี 67

บริษัทยังได้ตั้งทีมการตลาดในประเทศสหรัฐฯ เพื่อศึกษาและขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายในตลาดสหรัฐราว 5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งคาดว่าจะเป็นตลาดที่สนับสนุนการเติบโตหลักต่อจากตลาดจีน พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลา 2 ปีนี้ ทั้งในกลุ่มสินค้าประเภทสาหร่ายจำนวน 4 รายการ และอีก 3-4 รายการเป็นผลิตภัณฑ์นอกกลุ่มสาหร่าย ซึ่งแผนงานทั้งหมดเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้บริษัทเกิด New S-Curve ในช่วงต่อไป ขณะที่โรงงานในปัจจุบันทั้ง 2 แห่ง มีกำลังการผลิตรวม 12,000 ตันต่อปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิตราว 60% สามารถรองรับการเติบโตของยอดขายได้อีก 3,000-4,000 ล้านบาท

TKN มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus อยู่ที่ 11.00 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 13.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 8.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณซื้อทางเทคนิคทะลุผ่านแนวต้านของเส้นแนวโน้มขาลงที่ 11.50 ขึ้นไป และปรับตัวเพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่ในระยะสั้นเหนือระดับ 12.00 ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 14.00 และ 14.80 โดยมีแนวรับสำคัญที่ 11.60 ถ้าหลุดจะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Trendtalk