บล.บัวหลวง ปักหมุด “ตลาดหุ้นเวียดนาม” น่าลงทุน รับเศรษฐกิจโตเกินคาด

หลักทรัพย์บัวหลวงเปิดมุมมองการลงทุน “ตลาดหุ้นเวียดนาม” ชี้ระยะยาว “ดัชนี VNIndex” มีโอกาสกลับไปยืนกรอบเดิม 1,100 -1,200 จุด หลังภาพรวมเศรษฐกิจคึกคัก ขณะที่3 ดัชนีใหม่ในตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์จะเป็นแรงดูดฟันด์โฟลว์หน้าใหม่ พร้อมเปิดโผ 3 หุ้นเด็ดต้องมีติดพอร์ต

นายรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่าย Global Investing บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตลาดหลักทรัพย์เวียดนาม ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดหุ้นต่างประเทศที่เหมาะกับการลงทุนในระยะยาวโดยดัชนี VNIndex(คล้าย SET Index) กลับมาวิ่งทะลุ 1,000 จุด อีกครั้งเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแนวต้านสำคัญทางจิตวิทยาหลังเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,011.86 จุด เมื่อวันที่ 18 มี.ค.2562

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามน่าลงทุนเกิดจากกำลังซื้อภายในประเทศเริ่มมีความคึกคักมากขึ้น สะท้อนผ่านตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2562 ออกมาดีเกินคาดที่ระดับ 7.31% หนุนโดยกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต และกลุ่มบริการที่ขยายตัว 10.1% และ 7.1% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตัวเลขนำเข้าส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาเติบโตระดับ 15.6% ,9% และ 28.8% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนั้นยังมีโอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติหน้าใหม่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเวียดนามมากขึ้น หนุนโดย 2 ปัจจัยหลัก คือ 1.FTSE บริษัทจัดทำดัชนีในระดับสากลได้นำเวียดนามเข้าสู่รายการเฝ้าดู (Watchlist)สำหรับการจัดประเภทเป็น “ตลาดเกิดใหม่” (Secondary Emerging market)ซึ่งหากเวียดนามปรับปรุงเรื่องระบบการชำระราคาได้สำเร็จ มีโอกาสสูงที่อาจเห็นเวียดนามได้รับการอัพเกรดในช่วงปลายปี 2563

2.ตลาดหลักทรัพย์โฮจิมินห์เตรียมยกระดับการพัฒนาตลาดทุน ด้วยการออก 3 ดัชนีใหม่ คือ 1.ดัชนี Vietnam Diamond Index (VN Diamond) อ้างอิง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม คือ ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ไอที และค้าปลีก โดยหุ้นที่เข้าข่ายต้องเป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องสูง และ Foreign Room เต็ม เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนได้เพิ่มขึ้น2.Vietnam Leading Financial Index (VNFIN Lead) และ 3. Vietnam Select Sector Index (VNFIN Select)เป็นดัชนีที่เกี่ยวข้องกับหุ้นกลุ่มธนาคารจากปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีความคึกคักมากขึ้น

กูรูหลักทรัพย์ต่างประเทศ แนะนำ “3 หุ้นเด่น” ประจำตลาดหุ้นเวียดนามว่า 1.หุ้น SABECOหรือ SAB(กลุ่ม Thaibevถือหุ้นสัดส่วน 53.59%) ผู้ดำเนินธุรกิจผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายใหญ่ที่สุดในเวียดนามที่มีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย 45.7% และเป็นอันดับที่ 21 ของโลก ปัจจุบันมีโรงงาน 25 แห่ง กำลังการผลิต 1.8  พันล้านลิตรต่อปี โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทติดอันดับ 3 ใน 10 ของผลิตภัณฑ์ที่มียอดขายมากที่สุดในตลาดเวียดนาม สำหรับเหตุผลที่ทำให้หุ้น SABน่าลงทุนเกิดจากเวียดนามมีสัดส่วนประชากรเป็นคนหนุ่มสาวค่อนข้างมาก และบริโภคเยอะ ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตเบียร์ในเวียดนามมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยสมาคมเครื่องดื่มของเวียดนาม (VBA)คาดว่า ในปี 2564 ปริมาณการดื่มเบียร์ของเวียดนามอาจเพิ่มสูงขึ้น 65% จากปัจจุบันที่บริโภคเกือบ 4,000 ล้านลิตรต่อปี ที่สำคัญหุ้นลักษณะนี้ไม่มีในตลาดหุ้นไทย

2.หุ้น Masan Group หรือ MSN ปัจจุบันดำเนิน 4 ธรกิจหลัก คือ ธุรกิจ Masan Consumer เน้นจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ,ธุรกิจ Masan Nutri-Science ผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์ ,ธุรกิจMasan Resource ขุดเจาะเหมือง และธุรกิจTechcom Bankธนาคารเน้นรายย่อย ซึ่ง 2 ธุรกิจแรกมีความคล้ายกับธุรกิจ CPF ของไทย สำหรับจุดเด่นที่ทำให้หุ้น MSN น่าสนใจเกิดจากในระยะยาวบริษัทวางแผนจะขยายตัวไปสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภค เช่น แชมพู และผงซักฟอก เป็นต้น เพื่อให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตประจำวันของคนมากขึ้น ทำให้เรามองว่าธุรกิจมีศักยภาพที่จะเติบโตไปได้พร้อมกับประเทศเวียดนามที่มีประชากรหนุ่มสาวจำนวนมาก

สุดท้าย คือ หุ้น Vincom Retail (VRE)ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ที่สุดในเวียดนามดำเนินธุรกิจคล้ายCPNของไทย ปัจจุบัน VRE บริหารห้างสรรพสินค้าทั้งหมด66 แห่งทั่วประเทศ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเฉลี่ย60% ถือเป็นผู้เล่นท้องถิ่นรายใหญ่ที่มีความชำนาญและเข้าใจความต้องการของคนเวียดนาม ส่วนประเด็นการลงทุนคือ บริษัทวางแผนจะสร้างห้างสรรพสินค้าแห่งใหม่ 13 แห่งภายในปี 2562 คาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2563 ฉะนั้นหากเป็นไปตามแผน VRE จะมีห้างสรรพสินค้าทั้งสิ้น 79 แห่งทั่วประเทศเติบโตไปกับแนวโน้มค้าปลีกของคนเวียดนาม

“เศรษฐกิจประเทศที่เติบโตได้ดี และกำลังซื้อภายในประเทศที่คึกคึกมากขึ้นทีม Global Investingมองว่า มีโอกาสที่ดัชนี VNIndexจะขยับไปยืนในกรอบเดิม 1,100-1,200 จุด ภายใน 1 ปีข้างหน้า ดังนั้นนักลงทุนควรหาโอกาสสร้างผลตอบแทนและกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามอย่างน้อย 10-20% ของพอร์ต”นายรัฐศรัณย์ กล่าว

สำหรับนักลงทุนที่สนใจบริการลงทุนต่างประเทศ ผ่าน “ระบบซื้อขาย Global Invest” ของหลักทรัพย์บัวหลวง ที่มีความล้ำสมัย ครบ จบ ตอบโจทย์ทุกการลงทุน ใน log-in เดียวกับหุ้นไทย ด้วยระบบจัดการเงินออนไลน์ โอน-ถอนเงินลงทุนต่างประเทศ และดูพอร์ตรวมการลงทุนง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว แถมยังพิเศษกับโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินไปต่างประเทศทุกวันอังคาร

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon
www.thunhoon.com