SPCGจัดงบ3พันล้าน เริ่มสินเชื่อโซลาร์รูฟ

ทันหุ้น –SPCG ตั้งงบลงทุน 3 พันล้านบาท ลุยสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป ตั้งเป้าปีหน้าจำหน่าย 100 เมกะวัตต์ พร้อมสนใจลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน รอความชัดเจนจากทางภาครัฐภายในกลางเดือนตุลาคมนี้ ขณะที่รุกศึกษาลงทุนโครงการพลังงานต่อเนื่อง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ 300 เมกะวัตต์

ดร.วันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG เปิดเผยว่า โครงการปล่อยสินเชื่อในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof) ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ของบริษัทที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2562 นี้ เบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะจำหน่ายได้ 100 เมกะวัตต์ ในปี 2563 ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 3 พันล้านบาท

ซึ่งบริษัทเชื่อว่าธุรกิจนี้จะเติบโตได้อย่างมากตามดีมานด์ที่อยู่ในระดับที่ดี จากลูกค้าทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบ้านพักอาศัย, กลุ่มอาคารพาณิชย์ และ กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ยังคงให้การตอบรับเป็นอย่างดีเพราะเมื่อลูกค้าติดโซลาร์รูฟของบริษัทแล้ว ต่างเห็นผลลัพธ์ที่ดี สามารถลดค่าไฟได้ทันที ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน ทำให้กิจการของลูกค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น

*ศึกษาทำโรงไฟฟ้าชุมชุน

ขณะเดียวกันยังสนใจเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน เชื้อเพลิงไบโอแมส โดยได้มีการเข้าประชุมการระดมความคิดเห็นในการทำโรงไฟฟ้าชุมชนร่วมกับกระทรวงพลังงาน ซึ่งบริษัทก็มีความคาดหวังรูปแบบการลงทุนที่มีความชัดเจนออกมาบริษัทก็พร้อมลงทุน นอกจากนี้ยังศึกษาลงทุนโครงการพลังงานต่อเนื่อง อาทิ ความเป็นไปได้ลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์ม เมืองฟุกุโอกะ  ประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 65 เมกะวัตต์ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะได้ความชัดเจนช่วงไตรมาส 4/2562 โดยมีพันธมิตรร่วมทุนราว 3 ราย

“ตอนนี้โครงการหลายโครงการก็ยังเดินหน้าต่อเนื่อง ทั้งการให้สินเชื่อโซลาร์บนหลังคา เป็นธุรกิจใหม่ของบริษัทที่มีควาคาดหวังสูงมาก จากดีมานต์ที่มีต่อเนื่อง เบื้องต้นตั้งเงินลงทุนในปี 2563 ไว้ที่ประมาณ 3 พันล้านบาท และยังศึกษาลงทุนโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่องเช่นโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่วันนี้ก็จะมีไปร่วมรับฟังความคิดเห็นที่กระทรวงพลังงานด้วย ซึ่งอยากให้โรงการเดินหน้าและมีความชัดเจนมากที่สุด” ดร.วันดี กล่าว

*ลุยไฟฟ้าญี่ปุ่นเต็มสูบ

พร้อมกันนี้ภายในกลางเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้ จะประกาศสัดส่วนการลงทุนโครงการ “Ukujima Mega Solar Project” ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 480 เมกะวัตต์ เมืองนางาซากิ ประเทศญี่ปุ่น สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 40 เยนต่อหน่วย

ของพันธมิตรทั้ง 8 ราย ประกอบด้วย Kyocera Corporation, Kyudenko Corporation, Mizuho Bank, SPCG Pubic Company Limited, Tokyo Century Corporation, Furukawa Electric Company Limited, Tsuboi Corporation แ ละThe Eighteenth Bank limited ซึ่งใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ประเมินเบื้องต้นว่าเงินลงทุนในส่วนของบริษัทจะอยู่ที่ 3 พันล้านบาท

สำหรับรายได้ปีนี้ยังมั่นใจจะมีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 7 พันล้านบาท ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 6.04 พันล้านบาท สำหรับครึ่งปีแรกทำรายได้แล้วกว่า 2.64 พันล้านบาท โดยรายได้ปีนี้จะมาจาก 2 ส่วนแบ่งเป็นรายได้จากการขายไฟฟ้าทั้ง 36 โครงการประมาณ 5 พันล้านบาท และธุรกิจติดตั้งระบบโซลาร์รูฟ ประมาณ 2 พันล้านบาท โดยบริษัทมีกำลังการผลิตไฟฟ้าปัจจุบันราว 300 เมกะวัตต์