SNAPSHOT : TPCH

TPCH บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

Company Background

TPCH ก่อตั้งเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2555 เพื่อประกอบธุรกิจในการถือหุ้นในบริษัทอื่นๆ (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทต่างๆ โดยในปัจจุบัน TPCH มีการลงทุนในบริษัทย่อยและในกิจการร่วมค้าที่มีแผนดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวลและขยะชุมชน จำนวน 12 บริษัท โดยมีรายได้หลักเป็นเงินปันผลที่ได้รับจากการลงทุนถือหุ้นในบริษัทย่อย และมีรายได้อื่นๆ จากการให้บริการสนับสนุนการดำเนินการบริษัทย่อย เป็นต้น

  • วิสัยทัศน์ : เป็นผู้นำด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ทั้งในประเทศและในอาเซียน
  • พันธกิจ : ลงทุน พัฒนา และ ดำเนินงาน ด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสีย สังคม และสิ่งแวดล้อม

Key Development of Company

26 พ.ย. 2012     จัดตั้ง บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด

15 มี.ค. 2013     CRB ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

8 ม.ค. 2015       บริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

9 มิ.ย. 2015       ทุนจดทะเบียน 401,200,000 ล้านบาท มีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 401,200,000 บาท

12 ต.ค. 2015     MWE ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

8 เม.ย. 2016      MGP ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

3 ต.ค. 2017       TSG ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

7 ก.ค. 2017       PGP ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

9 ก.พ. 2018       SGP ได้เริ่มต้นจ่ายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. เป็นครั้งแรก (“COD”)

 

Business Plan

เป้าหมาย (ภายในปี 2563)

มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เริ่มดําเนินการเชิงพาณิชย์และมีกําลังการผลิตติดตั้งประมาณ 200 เมกะวัตต์

มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะชุมชน การผลิตติดตั้ง ประมาณ 50 เมกะวัตต์

เข้าซื้อกิจการที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานเพิ่มเติมทั้งในและต่างประเทศ

ลดต้นทุนในการบริหารของโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการอยู่

Investment Highlight

  • แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 (PDP 2018) ของกระทรวงพลังงาน โดยนโยบายของภาครัฐมีมุมมองในการจัดทำแผนซึ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาความต้องการทางพลังงานของประเทศไทยใน 3 มิติดังนี้ 1. ด้านความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้า 2. ด้านเศรษฐกิจ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาสังคมส่วนรวม เช่น ปัญหาขยะชุมชน และมีเป้าหมายในการสร้างความเจริญเติบโตในท้องถิ่นเพื่อส่งผลต่อความมั่นคง กระจายรายได้จากส่วนกลาง และ การใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยที่ผ่านมาทางบริษัทได้ดำเนินการอยู่คู่กับสังคมมาโดยตลอด โดยการว่าจ้างบุคลากรในท้องถิ่นและใช้เชื้อเพลิงในพื้นที่มีผลิตกระแสไฟฟ้า โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานทดแทนมาโดยตลอดทั้งด้านพลังงานชีวมวลและพลังงานขยะ พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศจากการที่ Sale Capacity factor เฉลี่ยของทุกโครงการของบริษัทนั้นมากกว่า 92%

Risk Factor

ความเสี่ยงด้านเชื้อเพลิง บริษัทเข้าไปทําการศึกษาความเพียงพอของปริมาณเชื้อเพลิง นอกจากนี้บริษัทฯ กําหนดกลยุทธ์ในการเข้า ถึงแหล่งเชื้อเพลิง โดยก่อนที่บริษัทฯ จะเริ่มลงทุนและพัฒนา โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล บริษัทฯ จะทําการศึกษาความเพียงพอของปริมาณเชื้อเพลิง โดยการเข้าไปสํารวจปริมาณเชื้อเพลิงในรัศมีที่สามารถขนส่งได้รอบโรงไฟฟ้า เพื่อปิดความเสี่ยงในเรื่องการขาดแคลนเชื้อเพลิง ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐและองค์กรกํากับดูแล จากเดิมที่บริษัทฯ มีแผนการลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตพื้นที่ภาคใต้ทั้งนี้เพื่อลดผลกระทบ จากความเสี่ยง ข้างต้น บริษัทฯ มีแผนขยายการลงทุนไปยังภาคอื่นๆ และขยายการลงทุนในต่าง ประเทศ รวมทั้งพิจารณาพลังงานหมุนเวียนทางเลือกชนิดอื่น เช่น พลังงานลม พลังงานขยะ ฯลฯ

 

TPCHจ่อCODโรงไฟฟ้าเพิ่มเท่าตัว ปักเป้ากวาดPPAเข้าพอร์ต250MW

ทันหุ้น – TPCH จ้อง COD โรงไฟฟ้าเพิ่มเท่าตัว 60 เมกะวัตต์ คาดจบปี 63 เร่งเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าครบ 120 เมกะวัตต์ภายในปี 2563 ด้านผู้บริหาร “เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” ตั้งเป้ากวาด PPA เข้าพอร์ต 250 เมกะวัตต์ ภายในปี 64 ใส่เกียร์เดินหน้ารุกโรงไฟฟ้าชีวมวล ขยะเต็มสูบ ชี้ฐานทุนแน่นปึ้ก ส่งซิกรายได้โตสนั่น 50%

นายเชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า ในปี 2563 บริษัทจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์(COD) โรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 60 เมกะวัตต์ โดยจะทยอย COD ในไตรมาส 1 ไตรมาส 2 และไตรมาส 4 จากจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ปัจจุบัน COD แล้ว 60  เมกะวัตต์ หรือมีกำลังการผลิตสิ้นปี 2563 ครบ 120 เมกะวัตต์ อีกทั้งบริษัทจะเดินหน้าหาใบอนุญาตในการผลิตไฟฟ้าให้ครบ 250 เมกะวัตต์ภายในปี 2564 โดยใน 250 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น PPA จากโรงไฟฟ้าชีวมวล 200 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าขยะ 50 เมกะวัตต์

เฟ้นหา PPA เข้าพอร์ต

สำหรับใบอนุญาต PPA โรงไฟฟ้าขยะ บริษัทมีแล้วจำนวน 10 เมกะวัตต์ จากการดำเนินธุรกิจภายใต้บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ที่ TPCH ถือหุ้นในสัดส่วน 50% ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนเข้าลงทุนอีก 4 แห่ง กำลังการผลิตแต่ละแห่งคาดว่าจะต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ โดยบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการลงทุนจากที่ภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) 2 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง

ล่าสุด บริษัท สยาม พาวเวอร์ จำกัด ได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กับการไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) ซึ่งโรงไฟฟ้ามีขนาดกำลังการผลิตติดตั้งอยู่ที่ 9.5 เมกะวัตต์ และมีปริมาณไฟฟ้าที่เสนอขาย 8 เมกะวัตต์ มีกำหนด COD ในไตรมาส 4/2563

ขณะที่ใบอนุญาต PPA โรงไฟฟ้าชีวมวล ปัจจุบันบริษัทมีแล้ว 110 เมกะวัตต์ เหลืออีก 90 เมกะวัตต์จะครบตามกำหนด 200 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทเตรียมพร้อมเข้าลงทุนขยายธุรกิจโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากการสนับสนุนจากภาครัฐขณะเดียวกันปี 2563 บริษัทคาดการเติบโตของรายได้จะเติบโตสอดคล้องกับจำนวนเมกะวัตต์ โดยคาดอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ระดับ 30-40% และในปี 2564 คาดจะเติบโตอยู่ที่ระดับ 50% จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าครบทุกแห่ง

ฐานเงินทุนแข็งแกร่ง

ทั้งนี้บริษัทมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง เพราะได้ทำการจัดทริสเรทติ้ง ซึ่งอยู่ในระดับ BBB นอกจากนี้บริษัทยังมีพันธมิตรที่เป็นสถาบันทางการเงิน ซึ่งจะสนับสนุนเงินทุนในการขยายธุรกิจ อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีช่องทางในการหาเงินเพื่อต่อยอดธุรกิจได้อีกมาก โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้น

นายเชิดศักดิ์ กล่าวต่อว่า ด้านแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าระบบเพิ่มเป็น 80 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาส 4/2562 จะมีโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟเข้าสู่ระบบเพิ่มอีก 20 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล TPCH 1, TPCH 2

สำหรับผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 2/2562 มีกำไรสุทธิ 95.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากไตรมาส 1/62 ที่มีกำไรสุทธิ 84.85 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 412.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากไตรมาส 1/2562 ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 มีกำไรสุทธิ 180.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 171.64 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 804.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.07% จากงวดเดียวกันปีก่อน

 

โบรกสแกนTPCH

ครึ่งปีหลังสดใส

ชี้เป้าไกล16.60บ.

ทันหุ้น – โบรกแนะซื้อ TPCH ชี้เป้าปีนี้ที่ 16.60 บาทต่อหุ้น หลังกำไรไตรมาส 2/62 โตอย่างมั่นคง คุมต้นทุนค่าใช้จ่ายดี แถมภาระดอกเบี้ยลด ส่องครึ่งปีหลังสดใสรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าใหม่ ส่วนราคาหุ้นมีค่าพีอีเรโชต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า 

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TPCH โดยให้ราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 16.60 บาท เนื่องจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2/62 มีความมั่นคงตามที่มองไว้ โดย TPCH รายงานกำไรสุทธิ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากไตรมาส 1/62 และเพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่มองไว้ว่า โดยผลกำไรจะขยายตัวเล็กน้อยจากไตรมาส 1/62 เนื่องจากในไตรมาส 1/62 มีการหยุดโรงไฟฟ้าชั่วคราวในบางแห่ง (โรงไฟฟ้า TSG SGP MWE)

คุมต้นทุนได้ดี    

ขณะที่ต้นทุนดำเนินการส่วนใหญ่ควบคุมได้ดี ซึ่งกำไรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 6% จากงวดเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่ผลักดันมาจากภาระดอกเบี้ยที่ลดลง 9% จากปีก่อน ตามการชำระหนี้โครงการและโรงไฟฟ้าของบริษัทร่วม MGP สามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น 11 ล้านบาท หักล้าง การขาดทุน 5 ล้านบาท ของโรงไฟฟ้าขยะชุมชน Siam Power กำลังผลิต 8 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างพัฒนา ซึ่งล่าสุดได้รับสัญญารับซื้อ ไฟฟ้า(PPA) 23 ปีจาก กฟน. แล้วเมื่อ ก.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมปัจจุบันทรงตัวที่ 53 เมกะวัตต์จากสัญญา PPA

ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 คาดว่าจะทรงตัว เนื่องจากกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมยังคงเท่าเดิม ก่อนที่จะมีโรงไฟฟ้า 2 โรงใหม่ (TPCH1,2 รวม 16 เมกะวัตต์) เข้ามา CODในช่วงไตรมาส 4/62 ตามแผนของบริษัท อย่างไรก็ดีอาจมีค่าใช้จ่ายในช่วงการเตรียมการช่วงท้ายมารวบกวนบ้าง แต่มองว่าไม่มีนัยสำคัญ

คำแนะนำการลงทุน โดยแนะนำให้ “ซื้อ” เพราะราคายังถูกมากเมื่อเทียบกับกลุ่ม ซึ่งทิศทางของบริษัทยังเป็นไปตามประมาณการโดยกำไรครึ่งปีแรกคิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปี จึงคงประมาณการ และราคาเหมาะสมปี 2562 ที่ 16.60 บาทต่อหุ้นอิง SOTP ไว้ตามเดิม ปัจจุบันพีอี ปี 2562-2563 ยังคงต่ำเพียง 14-16 เท่า มองว่าต่ำมาก เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตที่กำลังทยอยเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 28%ต่อปี ระหว่างปี 2562-2564 นี้และหุ้นโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ซึ่งซื้อขายที่พีอีระดับ 30-60 เท่า