‘CHOW’ขายไฟญี่ปุ่น7.2MW ดันรายได้ธุรกิจพลังงานโตต่อ

ทันหุ้น – CHOW เผยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น COD เพิ่มอีก 1 โครงการ ขนาด 7.2 เมกะวัตต์ มั่นใจหนุนรายได้ในกลุ่มพลังงานเติบโตต่อเนื่อง พร้อมฉายภาพธุรกิจปี 63 สดใส

นายศุภชัย ยิ้มสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบริหาร บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ CHOW ผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กแท่งยาว (Steel Billet) รายใหญ่ของประเทศที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และธุรกิจพลังงานทดแทนประเภทพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  (Solar Farm) ในประเทศญี่ปุ่นว่า  โครงการโรงไฟฟ้าโอโมริ (Aomori)  ขนาดกำลังการผลิต 7.2 เมกะวัตต์ ได้ขายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) กับการไฟฟ้าญี่ปุ่น เพิ่มอีก 1 โครงการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งจะสนับสนุนให้รายได้จากกลุ่มธุรกิจพลังงานเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ขายไฟแล้ว 67.12 MW

ปัจจุบัน CHOW มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่จำหน่ายไฟเข้าระบบแล้ว 67.12 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายจะพัฒนาให้ครบ 500 เมกะวัตต์ ภายในเวลา 5 ปี ตามนโยบายที่วางไว้  โดยหลังจากนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งขยายธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสานต่อปณิธานของคณะกรรมการบริษัทฯ ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพ ก่อให้เกิดรายได้และกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งสนับสนุนให้ผลประกอบการของ CHOW เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในอนาคต สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายศุภชัย   กล่าวถึงแนวโน้มผลประกอบการในปี 2563 ว่ามีทิศทางปรับตัวดีขึ้นจากปี 2562 ได้อย่างชัดเจน หลังจากกระบวนการปรับปรุงโรงงานผลิตเหล็กเฟสที่สองที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงเพื่อรองรับการรับจ้างผลิตเหล็กแท่งยาวจากผู้ประกอบการรายใหญ่จะแล้วเสร็จลงในไตรมาสที่ 3/2562 นี้ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถผลิตได้เต็มประสิทธิภาพด้วยต้นทุนที่ลดลงทันทีในไตรมาสที่ 4/2562 สะท้อนให้ธุรกิจเหล็กพลิกกลับมามีกำไร จากการรับจ้างผลิตที่ช่วยลดความเสี่ยงจากผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่างๆ ทั้งราคาเหล็กและการแข่งขันในตลาด

ธุรกิจพลังงานสดใส

ส่วนธุรกิจพลังงาน ประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในและต่างประเทศยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามแผนธุรกิจที่วางไว้ โดยผลประกอบการของธุรกิจพลังงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 ธุรกิจพลังงานมีกําไรสุทธิ 119.1 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงจากสภาพภูมิอากาศจากช่วงฤดูหนาวในช่วงไตรมาสที่ 1 และเป็นฤดูร้อนในไตรมาสที่ 2

นอกจากนี้บริษัทมีรายได้จากการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จํานวน 5 โครงการ แบ่งเป็น 4 โครงการในไตรมาสที่ 1 ปี 2562 และ อีก 1 โครงการในไตรมาสที่ 2 ให้แก่กองทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นผลให้มีกำไรจากการขายโครงการ 90.9 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนกลยุทธ์การขายโครงการเพื่อสร้างผลกำไรให้สูงขึ้น

โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีกำลังผลิตกระแสไฟฟ้าที่จําหน่ายเชิงพาณิชย์รวม 59.92 เมกะวัตต์ดีซีประกอบด้วย 6.63 เมกะวัตต์ดีซีในประเทศไทย และ 53.29 เมกะวัตต์ดีซีในญี่ปุ่น และในสิ้นไตรมาสที่ 2 ปี 2562 บริษัท มีโครงการไฟฟ้าซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นกำลังการผลิตรวม 22.3 เมกะวัตต์ดีซี ซึ่งคาดว่าโครงการที่มีกำลังการผลิต 7.2 เมกะวัตต์ดีซี จะสร้างแล้วเสร็จในไตรมาสที่ 3 ปี 2562 นี้