ตลาดเริ่มน่าสนใจแล้วหรือยัง?

ตลาดหุ้นไทยสามารถขยับปรับตัวขึ้นได้ โดยเป็นการปรับขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวบวกกันถ้วนหน้า จากประเด็นเรื่องที่นักลงทุนคลายความกังวลที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังจากอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับที่ต่ำสุดในรอบเกือบ 50 ปี ถือว่าเป็นข่าวดี และตลาดยังตอบรับการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในเดือนนี้

รวมถึง คาดหวังในเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทั้ง ยุโรป จีน และญี่ปุ่น ที่ยังต้องมีออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการต่างๆของรัฐบาลไทยเองที่ทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน ส่งผลให้หุ้นในกลุ่มที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากตรงนี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดดูดีและมีโอกาสเดินหน้าไปต่อได้ แต่ยังมีเรื่องการเจรจาปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 10-11 ตค.นี้ ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่าจะมีความคืบหน้าอะไรหรือไม่

ตลาดหุ้นบ้านเราในขณะนี้จึงเปรียบเสมือนรอคอยปัจจัยที่เป็นบวกที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนให้กลับมาอย่างเต็มที่ ช่วงนี้หากนักลงทุนที่ถือเงินสดหรือมีเงินเหลืออยู่ก็อาจใช้จังหวะนี้เลือกหาหุ้นเป้าหมาย และทยอยเข้าสะสมลงทุนก็พอจะได้อยู่เหมือนกัน โดยเน้นไปในกลุ่มหุ้นหรือตัวหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมีผลการดำเนินที่ดีมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความสามารถในการสร้างผลกำไรอย่างงดงามในอนาคตครับ

แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงหลังจากนี้อาจมีปัจจัยที่เราไม่คาดคิดหรือไม่สามารถควบคุมได้เข้ามา เราต้องพร้อมมีสติ จิตใจที่มั่นคงพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น บริหารความเสี่ยงจากการลงทุนของเราให้ได้ หากตลาดเกิดไม่เป็นอย่างที่เราได้ประเมินไว้ก็พร้อมที่จะดึงตัวเองออกจากตลาดได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นบ้านเราก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเพียงแค่เราจะมีการเตรียมตัวให้พร้อมได้มากแค่ไหน

หากนักลงทุนท่านใดที่ยังมองว่าตลาดยามนี้ยังคงมีความผันผวนอยู่บ้าง เนื่องจากยังขาดปัจจัยชี้นำก็อาจจะรอให้มีการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่างๆในไตรมาส 3 นี้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยมาพิจารณาเลือกค้นหาหุ้นที่น่าสนใจลงทุนต่อไปเพราะหลังจากไตรมาสนี้ผ่านไปแล้วความชัดเจนในเรื่องผลการดำเนินธุรกิจสามารถสร้างรายได้และผลกำไรในปีนี้ให้เราสามารถประเมินรู้ถึงทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นหลังจากนี้ได้ ถึงตอนนั้นก็ค่อยเข้าลงทุนก็ยังไม่สายเช่นกัน จากที่ได้เห็นจากบทวิเคราะห์จะเน้นให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งเราเองก็ได้เห็นถึงความกระตือรือร้นในการพัฒนาชาติบ้านเมืองในขณะนี้ย่อมส่งผลดีต่อมาถึงการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยเช่นกัน

อีกทั้งในช่วงสัปดาห์นี้ จะมี 2 หุ้นไอพีโอน้องใหม่เข้าเทรด น่าจะส่งผลให้ตลาดมีความคึกคักขึ้นเริ่มที่INSET เป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมแบบครบวงจร จะเข้าเทรดในตลาด maiวันที่8 ต.ค. มีการขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 146 ล้านหุ้น ที่ราคา 2.69 บาทต่อหุ้น บนค่าพีอี 13.70 เท่า ขณะที่วันที่ 10 ต.ค. หุ้น AWC ของเสี่ยเจริญ จะเข้าเทรด SET โดยขายหุ้นไอพีโอ 8,000 ล้านหุ้น ที่ราคา 6 บาทต่อหุ้น บนค่าพีอี 277 เท่า!! มูลค่าระดมทุนกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายหลังน่าจะสร้างความฮือฮาคึกคักให้กับตลาดหุ้นได้มากเลยทีเดียว

สรุปแล้วการลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเราขณะนี้หากนักลงทุนที่มีความพร้อม ทั้งเงินทุน ความรู้ที่รู้ลึกรู้จริงประเมินมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นที่สนใจได้ และมีจิตใจที่พร้อมไตร่ตรองได้อย่างรอบคอบก็สามารถเลือกลงทุนเข้าเก็บสะสมหุ้นเป้าหมายแล้วรอคอยผลสำเร็จที่ดีได้ต่อไป ส่วนที่ยังไม่พร้อมก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนใช้ช่วงเวลานี้เพิ่มพูนความรู้ พัฒนาทักษะการเล่นหุ้นให้ช่ำชองเสียก่อน เพราะอย่างไรเสียเมื่อตลาดพร้อมที่จะเดินหน้าเราก็พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งด้วยเหมือนกัน