โบรกคัด 5 กองทุน REIT เป็นทางเลือกท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความผันผวน ชูปันผลเฉลี่ย 6% ต่อปี

สำนักข่าว “ทันหุ้น” รายงานว่า บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำกองทุน EGATIF, QHPF, DIF, AIMIRT, JASIF เป็นทางเลือกที่ดีท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความผันผวน และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ ในฐานะสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนปันผลจูงใจ เฉลี่ย 6% ต่อปี และความผันผวนต่ำ ซึ่งหากพิจารณาผลต่างระหว่างคาดการณ์อัตราผลตอบแทนปันผลของกอง REIT และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีที่ 1.45% จะได้ Yield Gap สูงถึง 4.4%

ทั้งนี้จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน, สถานการณ์ BREXIT และสัญญาณการชะลอตัวของภาคการผลิตในสหรัฐฯ และยูโรโซน จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอ เช่นเดียวกับเศรษฐกิจไทย ที่การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 25 ก.ย.2562 ได้ปรับลดประมาณการอัตราขยายตัวด้านเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ลงเหลือเติบโต 2.8% ต่อปี จากเดิม 3.3% ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นครั้งที่ 4 แม้กนง.มีมติเอกฉันท์ที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% แต่กระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 1-2 ครั้งในปีนี้ และธนาคารกลางส่วนใหญ่ดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น อาจเป็นแรงกดดันให้กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงที่เหลือของปี ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อ REIT

**สำหรับ เดือนต.ค.2562 ฝ่ายวิจัยแนะนำ 5 กองทุน

โดยพิจารณาจากกองทุนที่มีสภาพคล่องในการซื้อขายในระดับที่มากกว่า 2 ล้านบาทต่อวัน, ปันผลมากกว่า หรือ เท่ากับ 6% ต่อปี, ราคาไม่สูงกว่า NAV มากนัก และมีสินทรัพย์สร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ และสามารถปรับขึ้นอัตราค่าเช่าได้ อาทิ อาคารสำนักงาน, โครงสร้างพื้นฐาน และคลังสินค้า รวมถึงกองที่เป็น Leasehold มีอายุคงเหลือมากกว่า 10 ปี

1. EGATIF – กองทุนลงทุนในรายได้ค่าความพร้อมจ่าย ที่จะเกิดจากการบริหารโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ ชุดที่ 1 โดยกองทุนเป็นแบบ Leasehold มีอายุคงเหลือประมาณ 17 ปี คาดจ่ายเงินปันผล 6% ต่อปี และมีเครดิตเงินปันผลเหลืออีกประมาณ 5 ปี

2. QHPF – กองทุนลงทุนในอาคารสำนักงานและอาคารพาณิชย์ให้เช่า ได้แก่ ตึกคิวเฮาส์ เพลินจิต, คิวเฮาส์ ลุมพินี และ เวฟเพลส เพลินจิต ประเภทสินทรัพย์เป็นแบบ Leasehold มีอายุคงเหลือเฉลี่ย 16 ปี อัตราเช่าล่าสุดอยู่ที่ 95% คาดเงินปันผลราว 6% โดยมีการจ่ายเงินปันผลทุกๆ 2 เดือน

3. DIF – กองทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ลงทุนในเสาโทรคมนาคม, ไฟเบอร์ออฟติคและบรอดแบนด์ จุดเด่นจากโอกาสขยายงานและเติบโตไปพร้อมๆกับผู้เช่าหลัก (กลุ่มทรู) ประเภทสินทรัพย์มีทั้งแบบ Freehold และ Leasehold โดยสินทรัพย์ที่เป็น Leasehold มีอายุคงเหลือเฉลี่ย 21 ปี นอกจากนี้ ยังมีการจ่ายเงินปันผลรายไตรมาส และยังมีเครดิตเงินปันผลเหลืออีกประมาณ 5 ปี คาดว่าจ่ายปันผล (DPU) ราว 1.06 บาทต่อปี หรือคิดเป็นผลตอบแทนสูง 6%

4. AIMIRT – กอง REIT แบบ Freehold ลงทุนในที่ดิน อาคารคลังห้องเย็น คลังสินค้า ของกลุ่ม JWD และกรรมสิทธิ์ที่ดิน และอาคารคลังสินค้าของกลุ่ม TIP คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 75% และ 25% ตามลาดับ มีความโดดเด่นจากทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งและการกระจายสินค้า รวมถึงสินทรัพย์อายุเฉลี่ยเพียง 3.26 ปี และมีผู้เช่าเต็ม 100% ส่วนใหญ่เป็นสัญญาระยะยาว 10 ปี ขณะที่ TIP มีมาตรการลดความเสี่ยงทดแทนให้กับกองโดยจะชำระส่วนต่างของรายได้และค่าเช่าบริการจากที่คาดการณ์ไว้ในช่วง 3 ปีแรก (นับจากปี 2018) เราคาดว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ที่ 6% ต่อปี

5. JASIF – กองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมที่ลงทุนในเส้นใยแก้วนำแสง มีผู้เช่าหลักคือบริษัททริปเปิ้ลทรี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTTBB ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JAS โดยภายหลังการเข้าลงทุนกรรมสิทธิ์สินทรัพย์เพิ่มเติมครั้งที่ 1 มูลค่า 3.8 หมื่นล้านบาท จะทำให้มีเส้นใยแก้วนำแสงเพิ่มขึ้น 700,000 คอร์กิโลเมตร เป็น 1,680,500 คอร์กิโลเมตร โดย TTTBB จะเช่าสินทรัพย์ใหม่กลับ ระยะสัญญาเช่าสิ้นสุด 29 ม.ค. 2032 ส่วนสัญญาเช่าเดิมจะขยายอายุสัญญาเช่าหลัก 784,400 คอร์กิโลเมตร (80% ของสัญญาเดิมทั้งหมด) จาก 22 ก.พ. 2026 ไปเป็น 29 ม.ค. 2032 และให้สิทธิต่ออีก 10 ปี คาดกองทุนจ่ายปันผล (DPU) ปี 2019 ที่ 0.90 บาทต่อหน่วย และปี 2020 ที่ 1 บาท/หน่วย คิดเป็นอัตราผลตอบแทนสูง 8-9% ต่อปี และมีเครดิตเงินปันผลเหลือประมาณ 5 ปี

ทั้งนี้ ประกาศเพิ่มทุน จำนวนหน่วยลงทุนใหม่ไม่เกิน 2.5 พันล้านหน่วย ราคาเสนอขายที่ 9.00 บาทต่อหน่วย จัดสรรให้กับผู้ถือหน่วยเดิมที่ 2.2 หน่วยเดิม : 1 หน่วยใหม่ ขึ้น XB 11 ต.ค. 2019 จองซื้อและชำระหน่วยลงทุน 7 พ.ย.-13 พ.ย. 2019

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon
www.thunhoon.com