บิ๊กJWDรับ20กองทุนจีบ Q4พีคสวนศก.ชะลอตัว

ทันหุ้น – JWD เนื้อหอม! กองทุนไทย-เทศ เรียงแถวจีบมากกว่า 20 กองทุน สะท้อนกองทุน SEF ให้น้ำหนักลงทุน  ฉายแววผลงานไตรมาส 4/2562 ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ธุรกิจเดิมฟื้นตัวชัดเจน การลงทุนต่างประเทศเริ่มทำกำไร ด้านการเจรจาควบรวมกิจการเกี่ยวเนื่องกับอาหารในประเทศได้ข้อสรุปปลายปี ขณะที่การซื้อกิจการในต่างประเทศได้ข้อสรุปต้นปี 2563

นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD เปิดเผยว่า จากประเด็นการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) ของภูมิภาคอาเซียนนั้น มองว่าจะได้รับอานิสงส์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญและการให้บริการเกี่ยวเนื่องกับโลจิสติกส์อย่างครบวงจร

*กองทุนแห่ถามข้อมูล

โดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้รับความสนใจและการติดต่อจากทางกองทุนทั้งในประเทศ ที่มีเข้ามาไม่น้อยกว่า 20 แหล่ง และกองทุนจากต่างประเทศที่มีการติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้มีความคาดหวังในการเข้ามาของกองทุนแต่อย่างใด และโฟกัสที่การขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่องมากกว่า ซึ่งในไตรมาส 4/2562 จะเห็นภาพการเติบโตของธุรกิจได้อย่างชัดเจน สวนทางกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า JWD นับเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีโอกาสรับประโยชน์จากการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของกองทุน SEF หากรัฐบาลให้สิทธิลดหย่อนภาษีแทน LTF ที่จะหมดอายุปีนี้

@ Q4พีคสุด

นายชวนินทร์ ระบุอีกว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2562 เชื่อว่าจะมีการเติบโตที่ทำสถิติใหม่สูงสุดในปีนี้ได้ เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจเดิม เช่น การขนส่งสินค้า การรับบริหารสินค้า ปล่อยเช่าคลังสินค้า คลังสินค้าอันตราย และห้องเย็น เป็นต้น มีการฟื้นตัวที่ค่อนข้างดี ประกอบกับในช่วงไตรมาส 4/2562 ของทุกปี เพราะเข้าใกล้สิ้นปีหลายบริษัทเริ่มปั๊มยอดขายเพื่อให้เข้าเป้าหมาย ทำให้มีความต้องการใช้งานบริการ้านการขนส่งเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ จากการลงทุนใน บริษัท TRANSIMEX CORPORATION ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์อย่างครบวงจรรายใหญ่ในประเทศเวียดนาม การร่วมทุนกับ Bok Seng (บ๊อกเส็ง) เพื่อให้บริการโลจิสติกส์เฉพาะทางสำหรับสินค้าขนาดใหญ่พิเศษ (Project Cargo Logistics) ในประเทศไทยและ สปป.ลาว และการร่วมทุนกับ CJ Logistics ผู้ให้บริการโลจิสติกส์รายใหญ่จากเกาหลีใต้ ขยายฐานลูกค้าแบบ B2B และ B2C ในไทย คาดว่าจะเริ่มทยอยสร้างผลกำไรให้แก่บริษัทในครึ่งปีหลังของปี 2562 นี้ได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาส่งผลให้บริษัทยังคงมีความมั่นใจว่าการเติบโตของรายได้รวมในปี 2562 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 20% จากปี 2561 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,319.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 252.13 ล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 บริษัทสามารถสร้างรายได้ไปแล้วที่ 1,827.15 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 169.02 ล้านบาท

ความคืบหน้าแผนการเข้าควบรวมกิจการ (M&A) ในธุรกิจอาหารในประเทศไทย 1 ราย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดหาและบริการเกี่ยวกับวัตถุดิบอาหารให้กับแบรนด์ชั้นนำต่างๆ นั้น ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนตรวจสอบฐานะทางการเงิน (ดิวดิลิเจนต์) และคาดว่าจะได้ข้อสรุปในการลงทุนอย่างเร็วที่สุดภายในสิ้นปี 2562 นี้ หรืออย่างช้าที่สุดต้นปี 2563 ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าร่วมทุน (JV) ในธุรกิจอาหารกับพันธมิตรรายใหม่ในประเทศกัมพูชาและเวียดนาม คาดว่าน่าจะมีควาามชัดเจนในปี 2563

**กูรูลงความเห็น”ซื้อ”

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุว่า ฝายวิจัยมีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ JWD หลังจากเข้าเยี่ยมชมธุรกิจห้องเย็นของบริษัท เนื่องจากผลการดำเนินงานของห้องเย็นนั้นปรับดีขึ้นเร็วกว่าที่คาด ทั้งยังได้รับการยืนยันว่า high season ในครึ่งปีหลังจะเกิดขึ้นอีกในปีนี้ นอกจากนี้ JWD ก็กำลังเจรจาการให้บริการเพิ่มกับลูกค้าห้องเย็นและคลังสินค้ากับลูกค้ารายใหญ่ 2-3 ราย ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และกำไรมากยิ่งขึ้นกว่าการเติบโตในระดับปกติ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” JWD ด้วยราคาเป้าหมายเดิมที่ 11.30 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ ระบุความน่าสนใจ JWD ในบทวิเคราะห์ว่า ทางฝ่ายมีมุมมองบวกต่อคลังห้องเย็นแห่งใหม่ของ JWD จากอัตราใช้พื้นที่คลังที่เพิ่มขึ้นมาก แม้ว่าจะเพิ่งเปิดดำเนินงานเมื่อปลายไตรมาส 2/2562 ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันแม้ภาคการส่งออกและนำเข้าของไทยจะชะลอตัว แต่ธุรกิจหลักๆ ของ JWD ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการเป็นธุรกิจโลจิสติกส์ที่ครบวงจรและมีลูกค้าใหม่ๆ จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ทางฝ่ายจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาพื้นฐาน 10.50 บาท (DCF)