เดือนแห่งความผันผวน

เรายังคงมุมมองเป็นบวกต่อตลาด ด้วยเป้าหมาย SET Index ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 1,750 โดยยังคงมีปัจจัยสนับสนุนมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ นโยบายเชิงผ่อนคลาย (dovish) ของกลุ่มธนาคารกลาง และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยมองกรอบการซื้อขายระยะสั้นของ SET Index ที่ 1,586-1,681 เราเล็งเห็นความเป็นไปได้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะดำเนินนโยบายเชิงผ่อนคลายในช่วงสิ้นปี หาก 3 ปัจจัยต่อไปนี้เกิดขึ้น ได้แก่ 1) ธนาคารกลางของกลุ่ม G3 มีการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย(dovish)2) กลุ่มธนาคารกลางในภูมิภาคเข้าสู่วัฏจักรการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้ง และ 3) อัตราเติบโตของ GDP ไทยทั้งปี 2562 ที่ต่ำกว่า 3% เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ เรามองว่า ธปท. ไม่ค่อยอยากดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินเท่าไรนัก และอาจเลือกผ่อนคลายมาตรการกำกับสถาบันการเงิน (macro prudential) แทน ซึ่งไม่ว่าจะออกมาในทางใดต่างก็จะเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ทั้งสองรูปแบบ

สำหรับประเด็นการค้าสหรัฐฯ-จีนในช่วงหลังมีสัญญาณเชิงบวกอันจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในประเด็นข้อพิพาททางการค้าลงได้ ซึ่งอาจชี้เป็นนัยถึงการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่จะจัดการเจรจาของผู้แทนระดับสูงในวันที่ 10-11 ต.ค. 2562 แต่ก็คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในบางส่วนเท่านั้น ทั้งนี้ ประเด็นการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์จะทำให้ทรัมป์มีท่าทีประนีประนอมกับจีนมากขึ้น เพราะทรัมป์จำเป็นต้องลดศึกรอบตัวเพื่อจัดการกับปัญหาของตัวเอง

จากการศึกษาตัวเลขสถิติในเดือน ต.ค. มีแนวโน้มผันผวนสูงซึ่งวัดโดย US VIX Index ในช่วง 3 ปีหลังได้ปรับเพิ่มขึ้นมากที่สุดในเดือน ต.ค. เฉลี่ยที่ 36.8% เทียบกับ 3% ในเดือนอื่นๆ ระหว่างปี โดยสามารถเห็นความผันผวนที่สูงช่วงเดือน ต.ค. ได้จาก SET Index เช่นกัน ซึ่งมีการเคลื่อนไหว +/- 6.2% (อิงผลรวมจาก 3 ปีหลังสุด) เทียบกับ 4.1% ในเดือนอื่นๆ ของปี ด้วยปัจจัยรบกวนจำนวนมากจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เดือน ต.ค. ในปีนี้มีโอกาสที่จะเกิดความผันผวนเช่นกันในมุมมองของเราโดยปัจจุบันเรามีธีมการลงทุน 5 ธีมสำหรับหุ้นเด่นรายเดือนของเราดังต่อไปนี้:

– กลุ่ม ICT (DTAC และ TRUE) ปัจจัยบวกจากการเติบโตของรายได้และกำไรธุรกิจหลักที่แข็งแกร่งในครึ่งหลังของปี 2562 หลังจากที่ตลาดมีบรรยากาศการแข่งขันเชิงบวก เห็นได้จากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่ปรับสูงขึ้น การอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลง และการควบคุมต้นทุนการตลาดที่สำหรับอุตสาหกรรมมือถือโดยรวม

-ผู้ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการ IMO 2563 (TOP PRM BGC และ TASCO) ปัจจัยบวกจากการเปลี่ยนแปลงด้านการใช้เชื้อเพลิงในอุตสาหกรรม ส่งผลบวกในแง่ของดีมานด์ ต้นทุนที่ลดลง

– กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (AP และ SPALI) แรงหนุนจากโอกาสในการผ่อนคลายมาตรการอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV) ของ ธปท.

– ผู้ที่ได้ประโยชน์จากการแพร่ระบาดของโรค AFS (CPF และ GFPT) มีแรงหนุนจากการส่งออกเนื้อไก่ไปจีนที่สูงขึ้น และราคาเนื้อหมูที่สูงขึ้นในเวียดนาม

– กลุ่มกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (JASIF และ TFFIF) ปัจจัยบวกจากสภาพอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ และโอกาสที่จได้รับการอัดฉีดทรัพย์สินใหม่