BTWชิงบิ๊กโปรเจ็กต์สิงคโปร์ เร่งฝีพายดันผลงานพลิกบวก

ทันหุ้น – BTW จ้องชิงบิ๊กโปรเจ็กต์สิงคโปร์ 2-3 แสนล้านบาท หวังคว้าได้พันล้านบาท ส่วนงานในประเทศคาด TOP มีโครงการออกมาเร็วๆ นี้ แย้มทิศทางธุรกิจช่วงที่เหลือสดใส เตรียมประมูลงานใหม่เพียบ เร่งสปีดดันผลงานทั้งปีพลิกบวก อวดแบ็กล็อกเต็มหน้าตัก 900 ล้านบาท

นายโชติก รัศมีทินกรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีที เวลธ์ อินดัสตรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTW ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมี บริษัท เบสท์เทคแอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นบริษัทแกน ซึ่งประกอบธุรกิจให้บริการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและโครงสร้างเหล็ก ตามความต้องการของลูกค้า แบ่งเป็น 1. งานแปรรูปและประกอบกลุ่มชิ้นงานขนาดใหญ่ (Modularization) 2. งานแปรรูปชิ้นงานเหล็ก (Parts Fabrication) 3. บริการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแบบครบวงจร (Power Plant EPC Contractor Services) และ 4. บริการอื่น เช่น การให้บริการติดตั้งเปิดเผยว่า บริษัทมองทิศทางช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังเป็นสัญญาณที่ดี คาดจะมีงานโครงการใหญ่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทั้งงานในประเทศ และต่างประเทศ

จ้องชิงบิ๊กโปรเจ็กต์

สำหรับงานต่างประเทศ บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานโครงการขนาดใหญ่จากประเทศสิงคโปร์ มูลค่า 2-3 แสนล้านบาท คาดจะเปิดให้บริษัทเอกชนเข้าประมูลได้ในช่วงปลายปี โดยบริษัทคาดหวังงานหลักพันล้านบาท ขณะที่งานในประเทศ คาดว่า บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP จะมีงานโครงการแปรรูปเหล็กออกมาเช่นเดียวกัน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้บริษัทยังรอผลประมูลงานใหม่หลายโครงการ มูลค่ารวมราวหลักพันล้านบาท ซึ่งบริษัทเข้าประมูลอยู่ทุกเดือน คาดจะทยอยประกาศผลออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สิ้นไตรมาส 2/2562 บริษัทมีงานในมือ หรือ Backlog รอรับรู้รายได้อยู่ที่ประมาณ 800-900 ล้านบาท และเตรียมจะส่งมอบ พร้อมกับทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 70-80%

รายได้ในประเทศพุ่ง

นายโชติก กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมผลประกอบการปีนี้ บริษัทจะพยายามผลักดันให้ผลประกอบการรวมกลับมาเป็นบวก จาก 6 เดือนแรกที่มีผลขาดทุน 59.41 ล้านบาท จากการส่งมอบให้กับลูกค้าตามกำหนด และควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร และบริษัทคาดมีโอกาสที่สัดส่วนรายได้ในประเทศปีนี้ จะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60% และงานต่างประเทศจะอยู่ที่ 40% หลังจากบริษัทเน้นรับงานในประเทศมากขึ้น

“งานในประเทศมีมากขึ้น จากกงานโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ งานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้เหล็กเป็นวัตถุดิบในการดำเนินงาน ส่วนต่างประเทศตอนนี้เรากำลังติดตามงานใหญ่จากสิงคโปร์ หลายๆ บริษัทรวมถึงเราก็เตรียมความพร้อมที่จะยื่นเสนอราคาเพื่อรับงานดังกล่าว และเราจะพยายามหางานเข้ามาให้ได้มากที่สุด สำหรับผลงานในปีนี้ไม่ใช่แค่เราที่ติดลบในช่วง 6 เดือนแรก แต่หากไปดูผลประกอบการบริษัทอื่นๆที่ทำธุรกิจเหมือนเรา จะเห็นว่ามีผลประกอบการที่ติดลบเหมือนกัน เราเองก็จะพยายามผลักดันให้กลับมาเป็นบวกให้ได้”นายโชติกกล่าว