จับตาSAMARTงานพุ่งใส่ งบประมาณจ่อสภาหนุน

ทันหุ้น- SAMART งานชุก ล่าสุดบริษัทลูก SAMTEL แจ้งรับงานให้บริการและบำรุงรักษาระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่องAOT อีก 395 ล้านบาท ด้านโบรกชี้โอกาสทอง SAMART เหตุเป็นช่วงเร่งเบิกจ่ายงานประมาณเห็นงานต่อเนื่อง ชี้งบเข้าสภา 17 ต.ค.นี้หนุนจิตวิทยา ขณะที่ผลงานไตรมาส 3-4 โดดเด่นขึ้น จ่อปรับประมาณการณ์เพิ่ม ปีหน้าลุ้นงานใหญ่

บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART ยังคงเดินหน้ากวาดงานอย่างต่อเนื่อง ตามที่ นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ SAMART เคยกล่าวถึงการวางแนวทางการกลับมาเทิร์นอะราวด์ของบริษัท หลังเคลียร์จบทุกอย่างแล้ว โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีแรกบริษัททำรายได้แล้ว 7,029 ล้านบาท กำไร 256 ล้านบาท พลิกกลับมาจากปีที่ผ่านมาที่ขาดทุนทั้งปี 1,075 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัทย่อย บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL (ซึ่ง SAMART ถือหุ้น 70.14%) แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ว่าบริษัท สามารถคอมเทค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ถือหุ้นอยู่ 99.99% ได้รับหนังสือตกลงจ้างให้ทำงานตามที่เสนอราคาไว้ และให้ไปทำสัญญาให้บริการและบำรุงรักษาระบบตรวจบัตรโดยสารขึ้นเครื่อง (CUTE) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ซึ่งมีมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 395.32 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ระยะเวลาโครงการ 12 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 30 กันยายน 2563

นายวัฒน์ชัย กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า บริษัทยังเตรียมประมูลงานใหม่อีกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งทางกลุ่ม SAMART มีโอกาสรับงานภาครัฐสูงตามนโยบายการผลักดันเศรษฐกิจ 4.0 ของรัฐบาล ที่ทั้งส่วนกลาง และกระทรวงต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ ในการปรับปรุงระบบการให้บริการประชาชนที่สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจชะงัก ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจมักจะมีการใช้จ่ายเพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะมาสนับสนุนงานในมือ (Backlog) ของบริษัทให้ปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 8,000-9,000 ล้านบาท แต่สัญญาที่ได้รับอาจจะมีการรับรู้เป็นรายได้ในปีหน้าส่วนใหญ่

@งบเข้าสภาหนุน

นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่งบประมาณภาครัฐจะเร่งตัวขึ้นมากในส่วนของงานด้านไอที และเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกตามแนวทาง เศรษฐกิจ 4.0ที่ภาครัฐและหน่วยงานต่างๆ กำลังเร่งปรับตัวอยู่ในขณะนี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ SAMART และบริษัทลูก ในฐานะผู้รับงานด้านนี้และมีเรคคอร์ในการเข้ารับงานหลายหน่วยงานราชการเป็นจำนวนมาก

“ช่วงนี้เป็นช่วงปลายปีงบประมาณดังนั้นมองว่า SAMART มีโอกาสรับงานช่วงนี้จำนวนมาก เพราะเป็นช่วงที่หน่วยงานต่างๆ ต้องเร่งเซ็น ในส่วนโครงการที่ผ่านแล้ว ก็ใช้งบผูกพันได้เลย แต่ในส่วนของงานใหม่ หรืองานขนาดใหญ่ อาจจะต้องรองบประมาณปี 2563”

อย่างไรก็ดี SAMART ยังจะได้เซนทิเมนท์เชิงบวกการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเปิดประชุมสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2563 จำนวน 3.2 ล้านล้านบาท วาระแรกในช่วงวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งจะส่งให้งานภาครัฐถูกปลดล็อค โดยเฉพาะไอที แม้ว่า ในการพิจารณางบประมาณจะต้องผ่าน 3 วาระ ถึงจะไปจบปลายเดือนมกราคม 2563 แต่มองว่า โครงการที่ใช้เงินไปเยอะ อาจจะสามารถใช้งบประมาณฉุกเฉิน ก่อนได้

@จ่อปรับประมาณการ

ขณะที่ผลประกอบการปีนี้ SAMART ทำได้โดดเด่น และสูงกว่าประมาณการณ์ของบลูกเบิร์ก คอนเซนซัส โดยเพียงแค่ครึ่งปีแรกที่ทำได้ 250 ล้านบาท ก็สูงกว่าประมาณการทั้งปีที่ 200 ล้านบาทแล้ว แล้วดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะถูกปรับประมาณการขึ้นได้ โดยมองว่า งบไตรมาส 3 ปีนี้ก็มีโอกาสที่จะสูงกว่าปีที่ผ่านมาที่ขาดทุน และสูงกว่าไตรมาส 2 เนื่องจากเป็นช่วงที่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายด้านแรงงานตามกฎหมายใหม่ เช่นเดียวกับงบไตรมาส 4 ที่จะออกมาดีอย่างต่อเนื่อง เป็นไปตามการรับงานเพิ่มเติม

นอกจากนี้ในปีหน้ายังจะเห็นงานใหญ่หอวิทยุกระจายเสียง เข้าสู่บริษัทลูกบริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน)หรือ SDC ซึ่งจะทำให้บริษัทกลับมามีกำไรอย่างมีนับสำคัญ และช่วยให้ SAMART มีกำไรที่ดีขึ้น

สำหรับกลยุทธ์ในเชิง เทคนิคอลมองว่าการที่ราคาพักฐาน 8.50 บาท อยู่ใกล้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ถ้าไม่หลุด ก็จะรีบาวน์กลับที่แนวต้าน 9.00 บาท และ 9.40 บาท ถัดไป