SNAPSHOT : FSMART

FSMART บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

Company Background

            บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”)  ก่อตั้งขึ้นในปี 2551 เพื่อดำเนินธุรกิจผู้ให้บริการเติมเงินมือถือผ่านตู้อัตโนมัติ ภายใต้ชื่อ ตู้เติมเงิน บุญเติมโดยเริ่มจากการให้บริการเติมเงินมือถือและขยายไปยังบริการเติมเงินออนไลน์ประเภทอื่นๆ อาทิ การจ่ายบิลโทรศัพท์รายเดือน การจ่ายบิลค่าสาธารณูปโภค การซื้อชั่วโมงเล่นเกมออนไลน์ การซื้อแพคเก็จอินเตอร์เน็ต การเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) และการฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร เป็นต้น และต่อมาได้ขยายไปสู่ตู้จำหน่ายเครื่องดื่มและสินค้าอัตโนมัติ (Vending & Spiral Machine) โดยมีรูปแบบการทำธุรกิจที่เน้นการเติบโตไปด้วยกัน (Growing together model) ระหว่างบริษัทฯ และผู้สนใจร่วมทำธุรกิจ เกิดเป็นเครือข่ายผู้แทนบริการและพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ปัจจุบัน บริษัทฯ คือ ช่องทางการให้บริการจำหน่ายสินค้าและบริการ ที่สามารถเข้าถึงผู้คนในทุกๆ พื้นที่ เป็นช่องทางที่อำนวยความสะดวกให้ผู้คนได้เข้าถึงสินค้าและบริการมากที่สุด

Key Development of Company

2551     ก่อตั้งบริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด

2557     เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 ด้วยทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท (ณ สิ้นปี ตู้บุญเติมเท่ากับ 42,859 ตู้)

2558     เข้าร่วมจัดตั้ง บจก. ฟอร์ท เวนดิ้ง ธุรกิจบริหารจัดการตู้กดเครื่องดื่มอัตโนมัติ และถือหุ้นร้อยละ 10 (ณ สิ้นปี ตู้บุญเติมเท่ากับ 65,867 ตู้)

2559     เพิ่มบริการฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยและธนาคารกสิกรไทย และจัดตั้ง บจก. ฟอร์ท สมาร์ท เทรดดิ้ง (ณ สิ้นปี ตู้บุญเติมเท่ากับ 92,082 ตู้)

2560     บจก. ฟอร์ท สมาร์ท เทรดดิ้ง (บริษัทย่อย) จัดตั้ง บจก. ฟอร์ท สมาร์ท ดิจิตอล (ณ สิ้นปี ตู้บุญเติมเท่ากับ 124,653 ตู้)

2561     เพิ่มบริการฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีอยุธยา และพัฒนาตู้บุญเติมเป็นตู้บุญเติมอัจฉริยะเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ๆ และบริษัทฯ ดำเนินการซื้อหุ้นคืนผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 20 ล้านหุ้น (ณ สิ้นปี ตู้บุญเติมเท่ากับ 130,053 ตู้)

Business Plan

บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดเติมเงินรวมทุกบริการผ่านตู้บุญเติมเฉลี่ยต่อตู้ต่อเดือน (ARPU) เติบโตไม่ต่ำกว่า 5% โดยมีมูลค่าการใช้บริการไม่น้อยกว่า 10% และด้วยศักยภาพเรื่องของทำเลและเครือข่ายผู้แทนบริการที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ บริษัทฯ จึงดำเนินการพัฒนาตู้บุญเติมจากเดิมที่เป็นเพียงช่องทางการให้บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ การรับฝากเงินเข้าบัญชีธนาคาร และการรับชำระบิลและค่าบริการต่างๆ ออนไลน์ กลายเป็น 1.) ตู้บุญเติมอัจฉริยะสำหรับจำหน่ายซิมการ์ด (ระบบเติมเงิน) และให้บริการพิสูจน์ตัวตน (e-KYC) 2.) ตู้บุญเติมอัจฉริยะสำหรับรับพัสดุหรือสินค้า (Boonterm Post) 3.) ตู้บุญเติมอัจฉริยะสำหรับให้บริการชาร์จและเปลี่ยนแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charger Station) และขยายธุรกิจไปสู่ 2 ธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ (Personal loan & Nano-Finance) และธุรกิจบริการรับชำระเงินผ่านร้านค้าสมาชิก (Merchant Network) เพื่อขยายฐานผู้ใช้บริการให้เพิ่มมากขึ้นและเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

Investment Highlight

  • เป็นผู้นำช่องทางการให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ผ่านตู้บุญเติมที่มีเครือข่ายมากที่สุดในประเทศไทยด้วยจำนวนกว่า 130,000 ตู้
  • บริการรับฝากเงินสด/โอนเงินผ่าน “ตู้บุญเติม” เข้าบัญชีธนาคาร 4 ธนาคาร อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารออมสิน โดยไตรมาส 1/2562 มียอดฝากเงินสด/โอนเงินเฉลี่ย 30,553 รายการต่อวัน เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/2562 เท่ากับ 149.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

Risk Factor

ปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจและการป้องกันความเสี่ยงที่สำคัญ

  • การแข่งขันในตลาดตู้เติมเงินอัตโนมัติ การแข่งขันในธุรกิจบริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือประเภทเติมเงินล่วงหน้า (Pre-paid) ผ่านตู้อัตโนมัติเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้เงินสดยังคงมีอยู่เป็นจำนวนมาก บริษัทฯ สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยเรื่องของประสิทธิภาพในการให้บริการของ “ตู้บุญเติม” ที่ทำรายการได้สะดวก รวดเร็ว เชื่อถือได้ ด้วยระบบเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลแบบออนไลน์และสามารถรองรับจำนวนการทำรายการแบบ real time ผ่านตู้บุญเติมได้มากกว่า 2 ล้านรายการต่อวัน และมีศูนย์บริการลูกค้า (Call center) ที่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้ง มีจุดให้บริการครอบคลุมมากที่สุดในประเทศ
  • การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ คือ กลุ่มผู้บริโภคที่ใช้เงินสดในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งบริษัทฯ คาดการณ์ว่าจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคอันใกล้นี้ เนื่องจากลักษณะสังคม เศรษฐกิจ พฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของกลุ่มเป้าหมายยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วนัก ประกอบกับ บริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือที่เริ่มต้นเพียง 10 บาท หรือ บริการฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคารที่เริ่มต้นด้วยจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยและมีจุดให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงสามารถตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการได้มาก ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พัฒนาแอพลิเคชันกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ “BeWallet” เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นกัน โดยรูปแบบบริการบนแอพพลิเคชัน “BeWallet” จะเหมือนกับตู้บุญเติม
  • การพึ่งพารายได้จากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากสัดส่วนรายได้ของตู้บุญเติมมาจากบริการการเติมเงินมือถือเป็นหลัก บริษัทฯ จึงมีการเพิ่มสัดส่วนของบริการอื่นๆ ที่ตู้บุญเติมอย่างต่อเนื่อง อาทิ บริการรับฝากเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร บริการเติมเงินเข้าประเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) บริการรับชำระค่าสาธารณูปโภค บริการสติกเกอร์ไลน์ และบริการอื่นๆ เป็นต้น รวมถึงการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่

 

FSMARTเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ รุกแบงก์กิ้งเอเย่นต์-ปล่อยสินเชื่อ

ทันหุ้น – FSMART เปิดฉากโมเดลธุรกิจใหม่ ลุยให้บริการแบงก์กิ้งเอเย่นต์ ปล่อยสินเชื่อ ขยายตู้ Vending และให้บริการ e-KYC หวังดันรายได้ปี 62 โตเกือบ 2 หลัก ด้านบิ๊กบอส “ณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี” ตั้งเป้าธุรกิจแบงก์กิ้งเอเย่นต์โต 30% พร้อมลุยปล่อยสินเชื่อ 500 ล้านบาท ชี้ตู้ Vending มาร์จิ้นดี เล็งเพิ่มตู้ครบหมื่นตู้

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ทสมาร์ท เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ FSMART ผู้นำช่องทางการชำระเงินที่มีเครือข่ายมากที่สุดในประเทศไทยผ่าน “ตู้อัจฉริยะบุญเติม” เปิดเผยว่า ทิศทางผลประกอบการปีหน้า หรือปี 2563 บริษัทประเมินรายได้การเติบโตเกือบเป็นตัวเลข 2 หลัก ขณะที่โมเดลธุรกิจใหม่ที่เริ่มในปีนี้และปลายปี คาดจะเห็นความชัดเจนในปี 2563 เป็นต้นไป

ลุยโมเดลธุรกิจใหม่

สำหรับโมเดลธุรกิจแรกที่จะเห็นชัดเจน คือ ธุรกิจการให้บริการแบงก์กิ้งเอเย่นต์ ปัจจุบันให้บริการให้แล้ว 4 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงศรี ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย อีกทั้งช่วงปลายปีบริษัทจะให้บริการแบงก์กิ้งเอเย่นต์เพิ่มเติม ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส ซึ่งบริษัทจะให้บริการโอน ชำระเงิน และการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ของธนาคาร

ทั้งนี้บริษัทประเมินจำนวนลูกค้าของ ธ.ก.ส มีจำนวนมาก ดังนั้นแนวโน้มการใช้บริการผ่านหน้าตู้มีโอกาสจะเติบโตเพิ่มขึ้นตามการให้บริการที่จะเกิดขึ้น ส่วนในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าจะมีแบงก์กิ้งเอเย่นต์เพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้บริษัทได้เป็นตัวแทนแบงก์กิ้งเอเย่นต์เป็น 6-7 ธนาคาร โดยคาดการเติบโตของการบริการแบงก์กิ้งเอเย่นต์เพิ่มขึ้น 20-30%

เดินหน้าปล่อยสินเชื่อ

ส่วนธุรกิจใหม่ ธุรกิจที่สอง คือ การปล่อยสินเชื่อ บริษัทคาดจะได้ใบอนุญาตปล่อยเงินกู้ได้ในช่วงปลายปี แต่อาจจะยังไม่เห็นรายได้จากธุรกิจใหม่ในปีนี้ เนื่องจากบริษัทดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คาดจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในปีหน้าได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อที่ 500 ล้านบาท โดยฐานลูกค้าคือกลุ่มผู้ใช้บริการตู้บุญเติมจากปัจจุบันที่ 1 แสนราย

ด้านธุรกิจที่สาม คือ การขยายตู้ Vending หรือตู้จำหน่ายสินค้า อาทิน้ำ ขนม ตู้ขายกาแฟสดในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มจุดให้บริการอีก 6 พันจุด จากปัจจุบันที่ 4 พันจุด หรือมีจุดให้บริการตู้ขายสินค้าเพิ่มขึ้นแตะที่ 1 หมื่นจุด ทั้งนี้บริษัทประเมินธุรกิจการขายสินค้าผ่านคู้ Vendingมีมาร์จิ้นดี และส่วนใหญ่ลูกค้าหลักคือผู้บริโภคกลุ่มบน

และธุรกิจที่สี่ การให้บริการ Electronic Know Your Customer (e-KYC) ซึ่งเป็นการนำอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในขั้นตอนระบุตัวตน (Identification) และการตรวจสอบข้อมูลการแสดงตน (Verification) เพื่อรองรับการเปิดบัญชีเงินฝากอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ผ่านมาบริษัทได้ให้บริษัท e-KYC กับธนาคารพาณิชย์หรือแบงก์ขนาดใหญ่ไปแล้วทั้งนี้กลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจ e-KYC คือกลุ่มแบงก์และกลุ่ม wallet ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มอำนวยความสะดวกในการให้บริการ

ไฮซีซั่นหนุน  Q4/62

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า บริษัทคาดแนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังยังเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก แต่ทิศทางในไตรมาส 3/2562 อาจจะชะลอตัวลง เพราะเป็นช่วงฤดูฝน ส่งผลกระทบและกดดันต่อการดำเนินธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตามในไตรมาส 4/2562 บริษัทคาดจะกลับมาเติบโตอย่างชัดเจน และจะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการดำเนินธุรกิจ