3 สิ่งจาก ‘เบน เกรแฮม’ บิดาการลงทุนเน้นคุณค่าที่เราควรนำมาปรับใช้ในปัจจุบัน

                “การพบเบน เกรเฮม เหมือนว่าได้พบพระเจ้ายังไงอย่างงั้น”

นักลงทุนระดับโลกอย่าง วอเร็น บัฟเฟตต์ เคยยกย่องอาจารย์ทางการลงทุนของเขา เบนจามิน เกรแฮม

“ผมเรียนรู้อะไรมามากมายจากการได้ใกล้ชิดกับอาจารย์เบน เกรแฮม บางสิ่งบางอย่างก็ยังใช้ได้ดีในปัจจุบัน แต่บางสิ่งบางอย่างมันก็เก่าไปพร้อมๆกับกาลเวลา และมันก็ใช้ไม่ได้ด้วย”

ครั้งหนึ่งบัฟเฟตต์เคยเชื่อว่า การซื้อหุ้นธรรมดาในราคาที่ถูกมากๆหรือที่เรียกว่า “หุ้นก้นบุหรี่” คือการลงทุนที่ดี แต่เมื่อได้พบกับสหายรัก ชาลี มังเกอร์ เขาก็เปลี่ยนแนวความคิดว่า “การซื้อธุรกิจที่ดีในราคาที่สมเหตุผล ย่อมดีกว่าการซื้อธุรกิจงั้นๆในราคาที่ถูกแสนถูก”

และนี่เป็น 3 สิ่ง ที่บัฟเฟตต์บอกว่า เป็นความรู้ที่เกิดจากกลั่นประสบการณ์มานานหลายปี และยังคงใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน มีอะไรบ้างไปดูกันครับ

  1. “A stock is the right to own a little piece of a business.” … หุ้นคือส่วนหนึ่งของธุรกิจ …

หุ้นคือส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่ราคาที่กระพริบไปมาในตลาดหุ้น ถ้าธุรกิจดี หุ้นก็จะดีตามไปด้วย เช่นเดียวกันถ้าธุรกิจแย่ หุ้นก็จะแย่ตาม ดังนั้นแล้วในภาพระยะยาว ราคาหุ้นจะวิ่งตามพื้นฐานของธุรกิจ .. ดังนั้นจงซื้อหุ้นให้เหมือนกับการซื้อธุรกิจ ถ้าคุณไม่เต็มใจจะถือมัน คุณก็ไม่ควรซื้อมันตั้งแต่แรก

  1. “Use a margin of safety.” มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยเสมอ

Margin of Safety คำนี้ถูกอธิบายในหนังสือ The Intelligent Investor ไว้ว่า Determining a company’s ‘true’ worth is highly subjective (การพิจารณาถึงความคุ้มค่าเป็นส่วนสำคัญ) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า ส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย บางตำรากล่าวไว้ว่าเป็นการคาดการณ์ถึง มูลค่าโดยเนื้อแท้ (intrinsic value) ซึ่งหลักการเดียวกันแต่มีวิธีการหาที่ไม่เหมือนกันในแต่ละคน

การซื้อหุ้นที่มี Margin of Safety บัฟเฟตต์อธิบายให้เห็นภาพว่า การซื้อสิ่งของชิ้นหนึ่งที่มีราคา 1 เหรียญ ในราคา 50 เซนต์ ซึ่งจะช่วยปกป้องความเสี่ยงที่ราคาสินค้านั้นจะลงต่ออีกหรือแม้ว่าจะลงอีก ก็คงจะลงได้ไม่เยอะ

หลักการนี้บัฟเฟตต์ได้ใช้มาตลอด 50 ปีระยะเวลาการลงทุน และนั้นเองการซื้อหุ้นถูกๆมักจะตามมาด้วยบริษัทที่มีปัญหา ชาลี มังเกอร์เลยแนะนำว่าทำไมเราไม่ซื้อบริษัทที่ดีในราคาที่สมเหตผล ดีกว่าซื้อบริษัทธรรมดา ในราคาที่แสนถูก …

  1. “Mr. Market is your servant, not your master.” นายตลาดมีไว้รับใช้คุณ ไม่ใช่ออกคำสั่งให้คุณทำ

วอเร็น บัฟเฟตต์ ยอมรับว่า บทเรียนแรกที่เขาได้จากเบนจามิน เกรแฮม คือ เรื่องราวของบุคคลที่มีชื่อว่า นายตลาด (Mr. Market) ..นายตลาดคนนี้เขาเป็นหุ้นส่วนของคุณที่มีหน้าที่มาเคาะประตูบ้านของคุณทุกวันเพื่อมาบอกว่าหุ้นที่คุณถืออยู่ มีมูลค่าเท่าไรสำหรับวันนี้ นอกจากเขาจะมาบอกว่าหุ้นที่คุณถือมีราคาเท่าไร เขายังเสนอแนะหุ้นตัวใหม่ๆให้คุณอยู่เสมอและพูดหว่านล้อมให้ฟังดูมีเหตุผล ให้คุณคล้อยตามเขา

แต่น่าเสียดายที่เพื่อนคนนี้ของคุณเขามีโรคประจำตัวอยู่อย่างหนึ่ง คือ อารมณ์ที่แปรปรวน วันใดที่เขารู้สึกหดหู่ ไร้ความหวัง เขาจะเสนอราคาหุ้นที่คุณถืออยู่ด้วยราคาที่ต่ำเตี้ยติดดิน แต่ถ้าวันใดเขาอารมณ์ดี เบิกบาน สดชื่น เขาก็เสนอราคาหุ้นชนิดที่ว่าสูงลิ่วจนคุณไม่อาจปฏิเสธได้ .. โชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือ คุณสามารถปฏิเสธเขาได้ เขาจะไม่โกรธและพร้อมจะกลับมาเสนอราคาใหม่ในวันรุ่งขึ้น หน้าที่ของคุณ คือ “ตัดสินใจ” จงจำไว้ว่านายตลาดคนนี้เขามาทุกๆวันเพื่อให้เขารับใช้คุณ ไม่ใช่ให้คุณไปฟังคำสั่งของเขา

บทเรียนครั้งนี้ของเกรแฮมเป็นสิ่งที่วอเร็น บัฟเฟตต์ยึดถืออยู่เสมอ คือ พยายามใช้ประโยชน์จากความโลภและความกลัวของนายตลาด และพยายามไม่เข้าไปร่วมวงกับความบ้าคลั่งของฝูงชน และนี้ก็เป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งที่ทำให้บัฟเฟตต์ อยู่ในตลาดได้อย่างยาวนาน

และนี้ก็เป็นบทเรียน 3 ข้อที่วอเร็น บัฟเฟตต์เรียนรู้จากอาจารย์เบนจามิน เกรแฮม

                แล้วเราเรียนรู้อะไรบ้างหรือยังครับ … ?

 

อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : ทันหุ้น
www.thunhoon.com