EFORLเพิ่มทุน8.05พันล.หุ้น ปลดภาระหนี้-ลุยขยายธุรกิจ

ทันหุ้น – EFORL เพิ่มทุน 8.05 พันล้านหุ้น ขายผู้ถือหุ้นเดิมอัตราส่วน 4:1 ในราคาหุ้นละ 0.05 บาท นำเงินชำระหนี้ เพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน และโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต พร้อมฉายภาพครึ่งปีหลังสดใส บริษัทลูกเริ่มทำรายได้

นายปรีชา นันท์นฤมิต ประธานกรรมการ บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จํากัด  (มหาชน) หรือ EFORL ตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นว่าบริษัทมีความจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) โดยเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนดังกล่าวจะนำมาชำระหนี้ประมาณ 200 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจอื่นรวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับธุรกิจหลักของบริษัทประมาณ 202 ล้านบาท

ปลดภาระหนี้

หลังจากการออกหุ้นเพิ่มทุนและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้จะช่วยปลดเปลื้องภาระหนี้ของบริษัทสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่คู่ค้าและนักลงทุนทั่วไป ทำให้บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินและเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทในระยะยาวซึ่งจะเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นเช่นกัน

ประธานกรรมการ EFORL กล่าวต่อว่า แนวโน้มในครึ่งปีหลัง 2562 ประเมินว่า น่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากการสร้างรายได้จากบริษัทลูก  ขณะที่ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ ยังสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่อง มีการเพิ่มทีมขายอุปกรณ์ทางการแพทย์ มีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และมีแผนร่วมลงทุนผลิตเครื่องมือแพทย์บางรายการกับบริษัทชั้นนำในต่างประเทศ ประกอบกับมีความต้องการของลูกค้าที่มีอยู่ในมือแล้ว ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตเช่นกัน

ในส่วนกลุ่มบริษัทวุฒิศักดิ์ เรายังเห็นความมุ่งมั่นในการทำให้สถานการณ์ดีขึ้น โดยมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ Wuttisak Cosmetic และได้ปรับโมเดลธุรกิจใหม่ให้เป็น Beauty Living ครอบคลุมเรื่องสวยๆ งามๆ แบบครบครัน ซึ่งจะช่วยผลักดันการขายสินค้าให้มากขึ้น อีกทั้งเป็นสินค้ามีกำไรสูง

เป้ารายได้โต 15%

อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทมีเป้าหมายรายได้เติบโต 15% จากปีก่อน จากการพัฒนาประสิทธิภาพในการขาย และขยายตลาดในส่วนของฐานลูกค้าเดิม และกลุ่มลูกค้าใหม่ รวมทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์เดิมและผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งธุรกิจดังกล่าวเป็นอุตสาหกรรมการแพทย์ที่มีมูลค่าสูง และมีการเติบโตได้ แม้สถานการณ์เศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวย เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ส่งผลให้ความต้องการเครื่องมือทางการแพทย์เพิ่มขึ้นตามไปด้วย