TPIPPคัมแบ็กปันผลสูง ไม่ลงทุนโครงการใหญ่

ทันหุ้น- TPIPP เตรียมกลับมาจ่ายปันผลสูง หลังประกาศชัดเลิกกั๊กเงินลงทุนโครงการใหญ่แล้ว ลุ้นบอร์ดพิจารณาปันผลงวดต่อไป เดินหน้าขายไฟให้กฟผ.เพิ่มอีก 40 เมกะวัตต์ ประมูลโรงไฟฟ้าต่อเนื่อง นักวิเคราะห์ชี้หุ้นลงเกินเหตุ คาดกำไรโตต่อเนื่องอีก 2 ไตรมาสที่เหลือของปี ดันรายได้รวมโต 35.28% และกำไรสุทธิโต 17.38% แนะ “ซื้อลงทุน” เป้า 7 บาท

บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPPร่วงลงนับตั้งแต่ ประกาศปันผลครึ่งปีแรก 2562 เพียง 0.10 บาทต่อหุ้น ทั้งๆ ที่กำไรต่อหุ้น ครึ่งแรกปี 62 อยู่ที่ 0.27 บาท/หุ้นและวันขึ้น XD 12 กันยายน ราคาก็ถอยอย่างหนัก จากบริเวณ 5.35 บาท มาต่ำสุดวานนี้ที่ 4.52 บาท สะท้อนถึงความผิดหวังนักลงทุนถึงอนาคตของบริษัทที่ปันผลน้อยลง เพราะแม้นโยบายของบริษัทจะกำหนดให้ปันผลไม่ต่ำกว่า 50% แต่ที่ผ่านมาบริษัทมักจะปันผลในอัตรา 90% เสมอ และปันผลทุกไตรมาส

@เตรียมกลับมาปันผลแรง

นายวรวิทย์ เลิศบุษศราคาม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายโรงงาน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPPเปิดเผยกับหนังสือพิมพ์รายวันทันหุ้นว่า สาเหตุที่คณะกรรมการบริษัท พิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เมื่องวดไตรมาส 2/562 ที่ผ่านมาว่า บอร์ดคาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนโครงการใหญ่ของกรุงเทพมหานครฯ แต่เมื่อไม่มีการลงทุน อาจมีแนวโน้มที่จะพิจารณาจ่ายเงินปันผลในงวดต่อๆ ไป

“ที่ผ่านมาเราคาดว่าจะมีการลงทุนโครงการในกทม. แต่เมื่อเราไม่ต้องลงทุนก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีการพิจารณาเงินปันผลในงวดต่อๆ ไป เพราะเรายังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ 50% ของกำไรสุทธิ แต่ในความจริงเราพิจารณาจ่ายที่ 90% ของกำไรสุทธิมาอย่างต่อเนื่อง”

สำหรับผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2562 มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีกว่าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตามแผนการเพิ่มกำลังการผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มกำลัง ด้วยการติดตั้ง “หม้อต้มไอน้ำ :Boiler” ในโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ TG6, โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง TG4, และโรงไฟฟ้า RDF TG5 สามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เต็ม 100% แล้วขณะเดียวกัน Boiler สามารถเผาขยะสดได้โดยไม่ต้องเสียค่าคัดแยกขยะเบื้องต้นส่งผลให้ TPIPP สามารถลดต้นทุนซื้อเชื้อเพลิง (ขยะ) ลงได้ประมาณ 20% อีกทั้งทางรัฐบาลประกาศปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าFT) ขึ้นอีก 4.30 บาทตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา หนุนให้ TPIPP มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

“ต้นทุนค่าจัดซื้อขยะลดลงจาก 900 บาทต่อตันเหลือเพียงประมาณ 600-700 บาทต่อตัน อีกทั้งรัฐฯ ปรับึ้นค่า FT เป็น 4.30 บาททำให้รายได้จากเดิม 3 บาทรายได้ค่าไฟพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นทันที เมื่อบวกค่าแอดเดอร์ (Adder) อีก 3.50 บาทยิ่งหนุนให้กำไรโตขึ้น”

พร้อมประมูลโรงไฟฟ้าขยะ

ทั้งนี้ TPIPP ยังคงมองหาศักยภาพการขยายตัวทางธุรกิจ ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศพ.ศ.2561-2580 (Power Development Plan : PDP) ซึ่งสนับสนุนให้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขยะขึ้นอีก 400 เมกะวัตต์(MW)และจากแผนเดิมที่สนับสนุน 500 เมกะวัตต์ก็ยังก่อสร้างได้ไม่เต็มจำนวน  พร้อมกันนี้ รัฐบาลได้ปลดล๊อกเรื่องสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าฯ ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ

ปัจจุบัน TPIPP อยู่ระหว่างศึกษาแผนการลงทุนหลายโครงการประกอบด้วย 1.อยู่ระหว่างยื่นเอกสารจำหน่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) จากโรงไฟฟ้า TG7 ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตอีก 40 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้ โดยอยู่ระหว่างเชื่อมต่อสายส่ง ซึ่งใช้เงินลงทุนจากการออกหุ้นกู้ 4 พันล้านบาทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

2.โรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัดนครราชสีมา กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์,3.โรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัดสงขลา กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์,4.โรงไฟฟ้าขยะที่จังหวัดชลบุรี กำลังกาผลิต 40 เมกะวัตต์ และ 5.โรงไฟฟ้าพลังงานแก๊ส ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กำลังกาผลิต 1,700 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้ง 4 โครงการอยู่ระหว่างรอภาครัฐบาลร่าง TOR และเปิดให้เอกชนเข้ามาซื้อซองประกวดราคา ดังนั้น TPIPP จึงยังไม่มีแผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในปี 2562 นี้

@คงเป้า 7 บาท

นายสุรชัย ประมวลเจริญกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด คงประมาณการรายได้รวมทั้งปี 2562 ของ TPIPP ที่ 10,308 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 35.28% เมื่อเทียบกับปี 2561 และประมาณการกำไรสุทธิที่ 4,342 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.38% เมื่อเทียบกับปี 2561 คงคำแนะนำ “ซื้อลงทุน” ราคาเหมาะสมที่ 7 บาท