เสรี!ธุรกิจส่งมอบดิวตี้ฟรี AOTให้เอกชนเข้าประมูล

ทันหุ้น –บอร์ดAOTสั่งลุยให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter)เอง เปิดทางคนนอกร่วมแข่งขันเสรี คาดเปิดขายเอกสารธ.ค.นี้ ขณะที่การประมูลร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินดอนเมือง จะเปิดขายเอกสาร ต.ค.นี้ อัพฐานรายได้ Non-Aero ก้าวกระโดด โบรกเคาะเป้าหมาย 86 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) มีมติในการประชุมครั้งที่ 11/2562 วันที่ 18 กันยายน 2562 เห็นชอบแนวทางการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร (Duty Free Pick-up Counter) ของ ทอท. คู่ขนานกัน 2 รูปแบบ คือ

1.ทอท. ให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรแบบสาธารณะด้วยตนเอง และ 2. ให้สิทธิเอกชนให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรแบบสาธารณะ (Common Use) ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทั้งในด้านของการสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันอย่างเสรี รวมทั้งส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกในการซื้อสินค้าและรับมอบสินค้าปลอดอากรที่ท่าอากาศยาน ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมรายได้จากการท่องเที่ยว รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนด้านรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenues) ให้กับ ทอท. อีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการประมูลการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร จะกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในเมืองรายอื่น สามารถมาใช้บริการการส่งมอบสินค้าปลอดอากรของตนได้ ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้เข้าร่วมประมูลได้มีการเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการทั่วไปสามารถร่วมการประมูลได้ มิใช่เพียงแต่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากรเท่านั้น

เปิดขายเอกสารธ.ค.นี้

นอกจากนี้ เพื่อเป็นทางเลือกของผู้ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากรในเมือง ทอท.จะเริ่มดำเนินการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรด้วยตนเองควบคู่กันไปด้วยหลังจากที่คณะกรรมการ ทอท.ได้มีมติดังกล่าว ทอท.จะแต่งตั้งคณะทำงานร่างหลักเกณฑ์การให้สิทธิประกอบกิจการให้บริการเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากรแบบสาธารณะ (Common Use) ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) โดยคาดว่าร่างหลักเกณฑ์การให้สิทธิฯ จะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562 และคาดว่าจะประกาศขายเอกสารการประมูลได้ในเดือนถัดไป

ในส่วนของการประมูลประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ทดม. จะแยกการประมูลเคาน์เตอร์ส่งมอบสินค้าปลอดอากร ออกจากการประมูลร้านค้าปลอดอากรเช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำร่างหลักเกณฑ์การให้สิทธิประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากร โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ และจะประกาศขายเอกสารการประมูลประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ทดม.ได้ในเดือนตุลาคม 2562

เป้าหมาย 86 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย)จำกัด ระบุว่า จะเริ่มเห็นกระแสรายได้ที่แข็งแกร่งจาก King Power ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป ซึ่งมีการประกันรายได้ขั้นต่ำเอาไว้ที่ปีละ 2.3548 หมื่นล้านบาทเป็นเวลา 10.5 ปีจาก King Power โดยจะเริ่มในเดือนตุลาคม 2563 (ปี 2564 ของ AOT) จากการที่ King Power ชนะประมูลสามสัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ (ร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่ค้าปลีก) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินในต่างจังหวัด (ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่)  ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 4 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2564  เป็นต้นไป

คาดว่า AOT จะออก terms of reference (TOR) สำหรับการประมูล 1.) สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินดอนเมืองก่อนสิ้นปีนี้ และ 2. เคาน์เตอร์รับสินเค้าปลอดภาษีที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนกลางปี 2563 ทั้งนี้ สัมปทานร้านค้าปลอดภาษีที่สนามบินดอนเมืองจะหมดอายุในเดือนกันยายน 2565 เชื่อว่าการประมูลสัมปทาน2 รายการนี้จะเป็น upside ของผลประกอบการ AOT

โดยยังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 86.00 บาท (หลังจากปรับประมาณการกำไร, ปรับลด terminal growth ลงจากเดิม 4% เหลือ 3% และปรับลด risk-free rate จาก 3.7% เหลือ 3.1%) ลดลงจากเดิมที่ 88.00 บาท ยังคงเลือก AOT เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มขนส่ง

นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III  กล่าวว่า

บริษัทไม่ได้มีแผนการเข้าร่วมประมูลในทั้ง 2 รายการ เนื่องจากไม่ได้ตรงกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้บริษัทเน้นการเติบโตด้านการขนส่งทางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ส่วนการจะลงทุนในประเทศนั้น บริษัทต้องการหาการเติบโตร่วมกับพาร์ตเนอร์ด้านโลจิสติกส์ที่มีนวัตกรรม เป็นโปรดักษ์ใหม่ๆ ซึ่งอยู่ระหว่างตั้งทีมศึกษาการลงทุน คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจน ในช่วงปลายปี 2562 หรือต้นปี 2563