แห่ขอไฟฟ้าชุมชน2แสนล. โผหุ้นได้ดีแผนใหม่พลังงาน

ทันหุ้น—เปิดโผหุ้น 4 กลุ่มรับอานิสงส์ นโยบายพลังงาน 4 ด้าน โรงไฟฟ้าชุมชน แห่ขอ 2 แสนล้าน คาดเห็นปีหน้า UAC  , TPOLY , TPCH , GUNKULรับโชค  ส่วนบังคับใช้ B10 ต้นปี 63 PTG , GGC , AIE , EA , UAC , BCP เฮ นโยบายศูนย์กลางขายไฟฟ้าSTARK  , CWT , AIเข้าตาส่วนฮับแอลเอ็นจี PTT GULF ได้ประโยชน์

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เปิดเผยว่าปัจจุบันมีผู้ที่แสดงความจำนงดำเนินการโรงไฟฟ้าชุมชนมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทซึ่งเป็นการตอบรับที่ดี กับนโยบายกระทรวงพลังงานที่ต้องการให้ 1ชุมชนมี1 โรงไฟฟ้า โดยจะมีรายละเอียดที่ชัดเจนจะประกาศได้ในอีก 2เดือนข้างหน้า  ทั้งนี้ประเมินว่าโครงการโรงไฟฟ้าชุมชมจะมีสามารถดำเนินการได้กว่า 1 พันจุด หรือมากกว่า 1 พันเมกะวัตต์ เนื่องจากไม่ได้จำกัดว่าจะต้องเป็นชุมชนละ 1 เมกะวัตต์ แต่คงเป็นขนาดเล็ก(VSPP)ไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อ1ชุมชน

“ไม่ได้มองที่จำนวนเมกะวัตต์อย่างเดียวเป็นตัวตั้ง ต้องสามารถรวบรวมพืชผลทางการเกษตร มีต้นทุนที่ต่ำลง และพื้นที่ชุมชนนั้นๆ จะต้องมีสายส่งที่มีความพร้อมรองรับการซื้อไฟฟ้าส่วนเกินได้  บางพื้นที่ก็ไม่ต้องมีการตั้งสายส่ง แต่จะทำเพียงสายส่งขนาดเล็กที่ใช้ในพื้นที่ของตนเอง เช่นในพื้นที่เกาะ  ก็ถือเป็นโมเดลในการเปลี่ยนแปลงโรงไฟฟ้า”

รัฐมนตรีพลังงานคาดว่า จะเริ่มเห็นการตั้งโรงไฟฟ้าชุมชนกลุ่มแรกๆ ในช่วงปี 2563 ทั้งนี้จะเป็นโครงการที่เป็น Fast Track ด้วย ส่วนอัตราการรับซื้อไฟฟ้าอยู่ระหว่างพิจารณาแต่น่าจะเป็นรูปแบบไฮบริด ได้แก่การผสมผสานทำไบโอแก๊ส ,ชีวมวล และโซลาร์  เพื่อลดภาระของการสนับสนุนค่าไฟฟ้า และไม่กระทบต่อประชาชนมากนัก  ส่วนพื้นที่ใดที่มีความพร้อมเรื่องของขยะก็สามารถดำเนินการโรงไฟฟ้าชุมชนขยะได้

*ผลักดัน B10 B20

พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าในการนำน้ำมันปาล์มดิบ (CPO)มาทำพลังงาน ซึ่งโบโอดีเซลจะมีการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ในวันที่ 1 มกราคม 2563 โดยการประกาศใช้ปรับ B10 เป็นน้ำมันพื้นฐานของไบโอดีเซลทั้งระบบแทน B7

ส่งผลให้ B7 จะมีสัดส่วนลดลงจากประมาณ70ล้านลิตรต่อวันจะเหลือ 5 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่B10 จะเติบโตขึ้นประมาณ 57 ล้านลิตรต่อวัน ส่วน B20ซึ่งใช้สำหรับรถขนาดใหญ่หรือรถรุ่นใหม่ที่สามารถใช้ B20ก็จะมีการใช้มากขึ้น ด้วยแรงจูงใจค่าน้ำมันที่ถูกกว่า  จึงเชื่อว่าจะสามารถเกิดความสมดุลของซัพพลายและดีมานต์ของน้ำมันปาล์ม จากปัจจุบันที่มีซัพพลายส่วนเกินของCPO สูงกว่าดีมานต์ อยู่ที่ 4 แสนลิตรต่อปี เชื่อว่าอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเสถียร

@ ศูนย์กลางขายไฟฟ้า-LNG

ส่วนการส่งเสริมการส่งไฟฟ้าไปต่างประเทศหรือการเป็นเทรดเดอร์ไฟฟ้า พื้นที่แรกที่จะเข้าไปดำเนินการคือเมียวดี ในเมียนมาร์ อยู่ใกล้กับแม่สอด ขณะเดียวกันก็มีการเจรากับทางกัมพูชาด้วยซึ่งทางกัมพูชาก็รับข้อเสนอของประเทศไทย เป็นเป้าหมายของกระทรวงพลังงาน

ส่วนการตั้งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางLNG ของภูมิภาค ได้เริ่มแล้วในด้านพฤตินัย ซึ่งในไทยมี LNG ที่มีขนาดใหญ่มากและแท้งก์เก็บกว่า 30 ล้านตัน ถือว่ามีความพร้อมอย่างมากในภูมิภาคนี้ โดยจะประกาศให้ไทยเป็นฮับของ LNG อย่างเป็นทางการได้ในเร็วๆนี้ หรือภายในปี 2563

@โผหุ้นรับอานิสงส์พลังงาน

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า จากการผลักดันนโยบายของกระทรวงพลังงานใน 4 ประเด็นหลัง จะส่งผลดีต่อหุ้นในกลุ่มต่างๆ ในดังนี้  โรงไฟฟ้าชุมชน หุ้นที่ได้รับอานิสงส์ ประกอบด้วย UAC  , TPOLY , TPCH  ซึ่งมีประสบการณ์ผลิตไฟฟ้าในชุมชนจำนวนไม่กี่เมกะวัตต์อยู่แล้ว ขณะที่  GUNKUL ก็จะได้รับประโยชน์ด้านการขายสินค้า

ส่วนประเด็นด้าน การส่งเสริม B10-B20 ผู้ที่จะได้รับประโยชน์คือบริษัทน้ำมันปาล์มผู้ที่ผลิต B10-B20 ประกอบด้วย PTG , GGC , AIE , EA , UAC , BCP ที่จะได้กำไรจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น

นโยบายการทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขายไฟฟ้า จะต้องมีการสร้างสายส่งไฟ ดังนั้นจะเป็นผลบวกต่อหุ้นสายไฟ ประกอบด้วย STARK ซึ่งสามารถผลิตสายไฟขนาดใหญ่ได้ถึง 500 KV , CWT , AI ในฐานะผู้ขายลูกถ้วยไฟฟ้า ส่วนประเด็นด้านการเป็นศูนย์กลาง LNG เป็นจะต้องบริษัทที่มีแท้งก์ในภาคตะวันออกระยอง และ ภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันมี PTT เป็นหลัก และ GULF ก็มีโอกาสในสร้างแท้งก์ที่มาตาบพุด