ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น ตามมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่เข้มข้นขี้น

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ56–61เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 62 – 67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (23–27กย. 62)

ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากคาดว่าตลาดน้ำมันดิบจะได้รับแรงหนุนจากมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้นจากสหรัฐฯ ประกอบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจและการเติบโตของความต้องการใช้น้ำมันโลกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางประเทศต่างๆ และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีทิศทางดีขึ้นอย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะได้รับแรงกดดัน หลังคาดว่าซาอุดิอาระเบียจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตให้อยู่ในระดับเดิมก่อนถูกโจมตีได้ภายในปลายเดือน ก.ย. 62 นี้ นอกจากนี้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากคาดว่าสหรัฐฯ จะสามารถส่งออกน้ำมันดิบได้น้อยลง หลังได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนImeda

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

ตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เข้มข้นขึ้น หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านที่รุนแรงขึ้น เพื่อเป็นบทลงโทษที่อิหร่านโจมตีโรงแปรรูปน้ำมันในซาอุดิอาระเบีย หลังกระทรวงกลาโหมซาอุดิอาระเบียเผยหลักฐานว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ครั้งนี้

ความต้องการใช้น้ำมันมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากตลาดเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย หลังธนาคารกลางของประเทศต่างๆ มีแนวโน้มที่จะออกนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.25 ขณะที่ธนาคารกลางยุโรปปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงร้อยละ 0.1 นอกจากนี้ ธนาคารจีนประกาศแผนปฏิรูปดอกเบี้ยเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมสำหรับภาคธุรกิจ

การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ จีนที่ส่งสัญญาณดี คาดหนุนตลาดน้ำมันดิบ หลังสหรัฐฯ เลื่อนการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ารวม 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ออกไปจากวันที่ 1 ต.ค. 62 เป็นวันที่ 15 ต.ค. 62 ด้านจีนยกเว้นการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ 16 ประเภท เป็นเวลา 1 ปี มีผลบังคับใช้วันที่ 17 ก.ย. 62 โดยผู้นำระดับสูงของทั้งสองประเทศจะมีการเจรจากันอีกครั้งในต้นเดือนต.ค. 62 ที่กรุงวอชินตัน ประเทศสหรัฐฯ

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดปรับเพิ่ม หลังพายุ Imelda เคลื่อนเข้าสู่บริเวณอ่าวเม็กซิโก ทำให้ท่อและจุดส่งออกน้ำมันดิบบางส่วนในรัฐเท็กซัสได้รับความเสียหายและถูกปิดดำเนินการ ส่งผลให้คาดว่าปริมาณน้ำมันดิบส่งออกจากสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลง นอกจากนี้ กำลังการกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ คาดปรับตัวลดลงเช่นกัน เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันบางส่วนลดกำลังการผลิตลง หลังได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมนี้

กำลังการผลิตน้ำมันดิบของซาอุดิอาระเบียมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากคาดว่าซาอุดิอาระเบียจะพยายามกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบโดยเร็วหลังต้องลดกำลังการผลิตน้ำมันลงราว 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน อันเป็นผลมาจากเหตุการณ์โจมตีโรงแปรรูปน้ำมันในเมือง Abqaiq และ Khurais โดยซาอุดิอาระเบียระบุว่า จะยังคงสามารถส่งออกน้ำมันดิบให้ประเทศคู่ค้าได้ตามที่ตกลงไว้ จากการใช้ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังของซาอุดิอาระเบียทั้งในและนอกประเทศ
เศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ดัชนีภาคการผลิตยูโรโซน, จีดีพี Q2/62 สหรัฐฯ, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนสหรัฐฯ, รายได้ส่วนบุคคลสหรัฐฯ

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา(16 – 20ก.ย. 62)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่ม 3.24 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 58.09 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่ม 4.06 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 64.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 64 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลเนื่องจากได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่อภาวะน้ำมันดิบตึงตัวหลังโรงงานแปรรูปน้ำมันสองแห่งในซาอุดิอาระเบียถูกโจมดีด้วยโดรน ส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียต้องหยุดการผลิตน้ำมันไปราว 5.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือร้อยละ 5 ของปริมาณน้ำมันโลก

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบได้แรงกดดันหลังซาอุดิอาระเบียออกมาประกาศว่าจะสามารถกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบให้เท่ากับก่อนถูกโจมตีได้ภายในปลายเดือน ก.ย. 62 ประกอบกับสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ประจำสัปดาห์ ณ วันที่ 13 ก.ย. 62 ปรับเพิ่มราว 1.06 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 417.1 ล้านบาร์เรล

 

รายงาน : ธิดารัตน์ เห็นพร้อม
อย่าลืมกดถูกใจ(Like) Facebook : ทันหุ้น
กดติดตาม (subscribe)Youtube : thunhoon
www.thunhoon.com