SQเล็งลุยไฟฟ้าเมียนมา ย้ำชัดปี62รายได้โต20%

ทันหุ้น – SQ ยื่นทางการเมียนมา ปั้นโรงไฟฟ้าถ่านหินอัพฐานโกยเงินเพิ่ม คาดชัดเจนไม่เกินเดือนธันวาคมนี้ พร้อมเดิมเกมชิงงานต่างแดน 4 พันล้านบาท เติม Backlog จากเดิม 3.2 หมื่นล้านบาท กินยาวไปอีก 10 ปี บิ๊ก “ศาศวัต ศิริสรรพ์ ” ยืนเป้ารายได้โต 20% จากปีก่อน งานใหม่เรียงคิวเพียบ

นายศาศวัต ศิริสรรพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทได้ยื่นเรื่องการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาดเล็กไปกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศดังกล่าว เพื่อขอจำหน่ายไฟฟ้าให้กับทางการเมียนมาเรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดต่างๆ คาดชัดเจนไม่เกินธันวาคมนี้

ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าว ทาง SQ เป็นการต่อยอดและขยายฐานธุรกิจเพิ่มเติม หลังช่วงเดือนกรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการเซ็นสัญญาจัดตั้งร่วมทุนใหม่กับทางบริษัท Golden Lake Co., Ltd หรือ (GL) ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์สัมปทานการทำเหมืองถ่านหินเมืองก๊ก

สำหรับเหมืองเมืองก๊กนั้นตั้งอยู่ในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่ง SQ จะถือหุ้นในบริษัทร่วมทุนข้างต้นสัดส่วนราว 70%, ทาง GL ถือหุ้นในสัดส่วนราว 30% เพื่อทำหน้าที่รับรับสิทธิ์สัมปทานเหมืองถ่านหินเมืองก๊ก ที่มีปริมาณสำรองถ่านหินประมาณ 100 ล้านตัน และมีอายุสัญญาสัมปทานราว 28 ปี (คาดเปิดผลิตและขายได้ในปี 2563)

นอกจากนี้ ทาง SQ มีแผนประมูลโครงการ “เหมืองหงสา” เฟสต่อเนื่องเพิ่มเติม คิดเป็นมูลค่าโครงการราว 4 พันล้านบาท โดยหวังได้รับการคัดเลือกให้ได้มากที่สุด เพื่อเสริมรายรับในอนาคต คาดชัดเจนต้นปีหน้า

*Backlog ในมือ 3.2 หมื่นล.

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท จากโครงการต่างๆ อาทิ เหมืองแม่เหมืองแม่เมาะ 8 ฯลฯ ซึ่งน่าจะสามารถรับดำเนินการรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีก 10 ปีนับจากนี้

ส่วนผลประกอบการปี 2562 บริษัทยังคงเป้ารายได้เติบโตราว 20% เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่ 3.62 พันล้านบาท เพราะธุรกิจมี Backlog ในโครงการต่างๆ รอรับรู้รายได้เป็นจำนวนมาก

อนึ่ง การเงินในช่วงครึ่งปีแรกปี 2562 ของ SQ มีรายได้รวม 2.44 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากรายได้รวม 1.65 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีแรก จำนวน 526 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 462 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทมีกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท เติบโตถึง 257% จากขาดทุนสุทธิ 96 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่งบการเงินเฉพาะไตรมาส 2/2562 (งวด 3 เดือน) บริษัทมีรายได้รวม 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากรายได้รวม 819 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯมีกำไรขั้นต้น 256 ล้านบาท เติบโตจากขาดทุนขั้นต้นประมาณ 7 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน และบริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 58 ล้านบาท เติบโตถึง 201% จากขาดทุนสุทธิ 58 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยการเติบโตดังกล่าวมาจาปบริษัทรับรู้รายได้จากการขุดขนดินและขุดขนถ่านจากโครงการเหมืองแม่เมาะ 7  โครงการเหมืองแม่เมาะ 8  และโครงการเหมืองหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว