INSETเคาะราคาปลายก.ย. โชว์แบ็กล็อกแน่น2.7พันล.

ทันหุ้น – INSET เตรียมเคาะราคาไอพีโอปลายเดือนกันยายน ก่อนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายในเดือนตุลาคมนี้ เผยเหตุระดมทุนเสริมแกร่งธุรกิจ เพิ่มโอกาสรับงานมูลค่าสูงขึ้นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาทต่อปี พร้อมอวดแบ็กล็อกในมือ 2.7 พันล้านบาท

นายเล็ก สิขรวิทย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทที่ปรึกษา เอเชีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) ของ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET เปิดเผยว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตให้ INSET เสนอขายหุ้น IPO เรียบร้อยแล้ว ซึ่งบริษัทเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 146 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็น 26.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้ว โดยคาดว่าจะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อหุ้น IPO ได้ในช่วงปลายเดือนกันยายน ก่อนจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในเดือนตุลาคม นี้

การดำเนินธุรกิจ

โดย INSET ดำเนินธุรกิจให้บริการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมครบวงจร แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูล และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ(Data Center & Information Tenchnology Infrastructure) 2.ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม(Telecommunication Infrastructure) และ 3.ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ (Maintenance and Service) เป็นต้น

นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET กล่าวว่า จากการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนและเข้าซื้อขายใน mai นั้น เพื่อนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการขยายธุรกิจ เช่น โครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดิน ในพื้นที่กรุงเทพฯ พื้นที่ 2 และโครงการวางระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ WiFi เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายสาธารณะ (โครงการ Google Station) รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

นอกจากนี้ ยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันประมูลรับงานโครงการได้จำนวนมากและมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นได้ จากปัจจุบันบริษัทมีความสามารถในการรับงานรวมเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1 – 2 พันล้านบาท ซึ่งภายหลังการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถในการรับงานโครงการได้เพิ่มเป็นเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 2 พันล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2562 บริษัทมีมูลค่างานในมือที่รอการส่งมอบ(Backlog) อยู่กว่า 2.7 พันล้านบาท ที่คาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ประมาณ 30 – 40% และรับรู้เป็นรายได้ในปี 2563 อีก 40 – 45%