SNAPSHOT : SELIC

SELIC บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน)

Company Background

บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย รวมทั้งวิจัยและพัฒนากาวอุตสาหกรรม ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา บริษัทฯได้ทำการเข้าซื้อกิจการและได้มาซึ่งอำนาจควบคุมในบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด ในประเทศไทย และ บริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรีลส์ พีทีอี ลิมิเตด ในประเทศสิงค์โปร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสติกเกอร์และผลิตภัณฑ์ฉลาก ส่งผลให้โครงสร้างการจัดการของบริษัทมีการเปลี่ยนแปลง

โดยกลุ่มบริษัทพีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ ทั้งสองแห่งเป็นบริษัทย่อยของซีลิค และทำให้กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานในธุรกิจ 2 การดำเนินงาน คือ 1) ธุรกิจกาวอุตสาหกรรม ดำเนินการโดยบริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) ผลิตและจำหน่ายกาวอุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศ โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวโซลเว้นท์ กาวหลอมร้อน และกาวน้ำ 2) ธุรกิจสติ๊กเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว ดำเนินการโดยบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด ในประเทศไทย และบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรีลส์ พีทีอี ลิมิเตด ในประเทศสิงค์โปร์ ผลิตและจำหน่ายสติ๊กเกอร์ หรือฉลากชนิดที่มีกาวในตัวให้แก่อุตสาหกรรมในประเทศและต่างประเทศ

Key Development of Company

1981       ก่อตั้ง บจก. ซีลิคเคมีคอล อินดัสตรี้ (ปัจจุบันเลิกกิจการแล้วตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2541 และชำระบัญชี วันที่ 28 ตุลาคม 2542) ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท

2012       จดทะเบียนควบรวมกิจการระหว่าง บจก. ซีลิค เคมีคอล กับ บจก. อีวา เมนูแฟคเจอริ่ง เป็น บจก. ซีลิค คอร์พ ด้วยทุนจดทะเบียน 215,000,000 บาท

2014       จัดตั้งบริษัทย่อย บจก. อี.วี.เอ. อินเตอร์เนชั่นแนล ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท

2016       แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน ได้รับอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพื่อเป็นการระดมทุนและเสนอขายหุ้นของบริษัทฯ ให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวน 40,000,000 บาท

2019       การเข้าซื้อกิจการและได้มาซึ่งอำนาจควบคุมในบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ จำกัด ในประเทศไทย และบริษัท พีเอ็มซี เลเบิล แมททีเรียลส์ พีทีอี ลิมิเตด ในประเทศสิงคโปร์

Business Plan

ในปี 2562 บริษัทฯได้กำหนดกลยุทธ์เพี่อสร้างการเติบโตให้กับองค์กรอย่างยั่งยืน ได้แก่

Market Penetration เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มปัจจุบันรู้จักผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้น

Market Expansion เพื่อขยายฐานลูกค้าและผลักดันยอดขายภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขยายตลาดส่งออกที่สำคัญ ยกระดับความเชี่ยวชาญให้เป็นตัวขับเคลื่อนในการขาย และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างความเชียวชาญในแต่ละตลาดและกลุ่มผลิตภัณฑ์

Business Process Improvement การปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยการ

เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด

ปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ดีเยี่ยม

เสริมสร้างศักยภาพให้กับระบบประกันคุณภาพมากยิ่งขึ้น

Investment Highlight

ประเด็นที่น่าสนใจของบริษัทฯ มีดังนี้

  1. การลงทุนในธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากทีมีกาวในตัว เพื่อขยายฐานผลิตภัณฑ์ ให้มีความ diversify มากขึ้น
  2. การลงทุนในระบบ ERP และพัฒนาระบบเสริม ERP ให้กับบริษัทลูก
  3. การลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา

Risk Factor

  1. ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk)
  • ความเสี่ยงจากการเริ่มดำเนินธุรกิจสติกเกอร์หรือฉลากที่มีกาวในตัว เนื่องจากการเข้าซื้อกิจการ บริษัทฯ ได้มีการวางแผนเพื่อให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างผู้บริหารชุดเก่ากับชุดใหม่ โดยมีการจัดทำแผน Continuation Plan เพี่อจัดการด้านความต่อเนื่องของการบริหารและการจัดการธุรกิจ โดยวางตัวผู้บริหารหลักชุดเก่าซึ่งเป็นบุคลากรหลักของบริษัท ในการทำงานต่ออีกอย่างน้อย 2 ปี เพื่อที่จะให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่มีข้อติดขัดใด ๆ อีกทั้งยังมีการจัดการด้านการถ่ายทอดเปลี่ยนถ่ายองค์ความรู้ และ technology transfer
  1. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน (Operational Risk)
  • ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงบุคคลากร รวมถึงการพึงพิงผู้บริหารชุดเก่า ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการวางแผนการเปลี่ยนถ่ายองค์ความรู้ โดยกำหนด การถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ได้ 2 ด้านคือด้านธุรกิจเชิงพาณิชย์ และ ด้านปฏิบัติการหรือการผลิต

ด้านธุรกิจเชิงพาณิชย์ เตรียมการรับถ่ายข้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจในด้านลูกค้า และด้านตลาดการแข่งขัน ซึ่งจะถูกถ่ายทอดโดยแผนกการตลาดและการขาย และพัฒนาธุรกิจ

ด้านการผลิต (รวมไปถึงกระบวนการ และการจัดหาวัตถุดิบ) ทีมงานของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตและกระบวนการ สามารถเข้าถ่ายทอดในด้านดังกล่าว โดยทีมงานวิจัยและพัฒนาของบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเคมี และการคัดสรรวัตถุดิบ จะสามารถเข้ารับการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาต่อได้

  1. ความเสี่ยงทางด้านการเงิน (Financial Risk)
  • ความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาวัตถุดิบ วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ผลิตกาวอุตสาหกรรม คือ ยางเรซินและโพลิคลอโรพรีน ซึ่งเป็นผลผลิตจากการกลั่นน้ำมันดิบ มีความผันผวนของราคาอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันแม้ว่าราคาจะมีความผันผวน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการต้นทุนและการดำรงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ที่ผ่านมาได้มีการติดตามข้อมูลข่าวสารและแนวโน้มราคาของวัตถุดิบหลักอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถวางแผนบริหารจัดการการสั่งซื้อวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นอกจากการนำเข้าวัตถุดิบในการผลิตจากต่างประเทศ บริษัทฯ ยังได้ส่งออกสินค้าไปจำหน่ายยังต่างประเทศกว่า 27 ประเทศ ทำให้มีความเสี่ยงด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทั้งจากการต้องชำระค่าวัตถุดิบและการรับชำระเงินจากลูกค้าเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีนโยบายบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการทำสัญญาซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้ากับสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจจะเกิดขึ้นได้

SELICเปิดสูตรพาองค์กรสู่เป้าหมาย 

ดึงพันธมิตรอัพแกร่ง-ปั๊มงบนิวไฮต่อ

ทันหุ้น – หญิงแกร่ง SELIC “ยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์” เปิดโมเดลธุรกิจหลังปรับโครงสร้างองค์กร ดันผลงานไตรมาส 2/62 สูงสุดเป็นประวัติการณ์แตะ 21.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 392.3% วางเกมดึงพันธมิตรต่างแดนเสริมทัพ เตรียมคลอดโปรดักส์ใหม่อัพมาร์จิ้น เชื่อผลงานครึ่งปีหลังทำนิวไฮต่อ

นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการภายใน เช่น การจัดโครงสร้างทีมขายใหม่ การปรับเปลี่ยนขบวนการต่างๆ รวมถึงการรวมใจของพนักงานให้สามารถทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน เพื่อเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน จึงทำให้แผนการเจาะตลาดชัดเจนมากขึ้น

วางเป้าหมายร่วมกัน

“ที่ผ่านมาเรามีการฝึกอบรมพนักงาน มีการปรับผังโครงสร้างองค์กร เพื่อทำแผนต่างๆ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเราจะพุ่งเป้าไปว่าเจาะไปที่อุตสาหกรรมไหน ก็จะเป็นเป้าหมายร่วมกันแล้วก็ไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปได้อย่างรวดเร็ว” นางสาวยุวดีกล่าว

ส่วนผลประกอบการในไตรมาส 2/2562 ที่ผ่านมาเป็นผลมาจากยอดขายที่เติบโตเพิ่มขึ้น 17% และอีกส่วนเป็นการรับรู้รายได้จากการที่บริษัทได้ควบรวมและเข้าซื้อกิจการกลุ่ม PMC ได้แก่ บริษัท พีเอ็มซีเลเบิลแมททีเรียลส์ จำกัด ในประเทศไทย และบริษัท พีเอ็มซีเลเบิลแมททีเรียลส์ พีทีอี ลิมิเตด ในประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปลายปี 2561 ซึ่งเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/2562

ขณะนี้ที่ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในต่างประเทศ 2 ราย ซึ่งเป็นพันธมิตรจากประเทศเกาหลี และยุโรป ที่จะเข้ามาพัฒนาสินค้าใหม่ร่วมกัน อีกทั้งยังมีโครงการพัฒนากาวเพื่อนำไปใช้ในทางการแพทย์(Medical tape) คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในไตรมาส 4/62

เล็งคลอดสินค้าใหม่

สำหรับในช่วงครึ่งหลังปี 2562 บริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์กาวรูปแบบใหม่จำนวน 1 รายการ ซึ่งจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์กาวที่ให้มาร์จิ้นสูง โดยใช้ในอุตสาหกรรมรองเท้าที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่บริษัทมีความสนใจจะเจาะตลาดใหม่เพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้บริษัทคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะสามารถรักษาระดับการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 24.66% และ 6.33% ตามลำดับ

ประกอบกับจากการที่บริษัทได้ควบรวมและเข้าซื้อกิจการกลุ่ม PMC คาดว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้การเติบโตของรายได้รวมปี 2562 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท จากปี 2561 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 599.77 ล้านบาท

อนึ่ง บริษัทรายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2562 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 392.3% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4.32 ล้านบาท และมีรายได้อยู่ที่ 354.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.2% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2561 มีรายได้อยู่ที่ 155.94 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจกาวอุตสาหกรรม และธุรกิจสติกเกอร์และฉลากโดยสัดส่วนรายได้ปัจจุบันแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจกาวอุตสาหกรรมสัดส่วน 44% และรายได้จากธุรกิจสติ๊กเกอร์สัดส่วน 56%