9.9 & 11.11 Festival โปรฯ สนั่น…สะเทือนค้าปลีก…แต่แล้วใครได้

แคมเปญ  9.9  และ 11.11  ได้เปลี่ยนโลกแห่งการช้อปปิ้ง…เปิดตัวโปรโมชั่นครั้งแรกในไทยเมื่อวันที่ 9 เดือนกันยายนปีที่ผ่านมา ..ผ่านE-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Shopee และ LAZADA  กระเทียนวงการค้าปลีกเป็นอย่างมาก

ธุรกิจค้าปลีกทั่วโลกเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในมิติที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นผลมาจากกระแส Digital Disruption และวิวัฒนาการของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

ปัจจุบันผู้บริโภคชาวจีนใช้สมาร์ทโฟนในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากกว่าผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกา  บราซิล และอินโดนีเซีย รวมกัน จำนวนการซื้อของออนไลน์กว่าครึ่งในประเทศจีนเกิดขึ้นผ่านสมาร์ทโฟน ขณะที่การซื้อของออนไลน์ในปสหรัฐอเมริกาเกิดขึ้นเพียง 1 ใน 3 โดยในประเทศจีน ผู้ใช้สามารถซื้อของออนไลน์และจ่ายเงินได้ภายในแอพพลิเคชั่นเดียว

ห่วงโซ่อุปทานผลิตภัณฑ์และราคาจะไม่ใช่เพียง 3 ตัวแปรสำคัญในสมรภูมิการค้าอีกต่อไป แต่จะรวมถึงการมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าด้วย

จากกราฟดัชนีค้าปลีกก็จะเห็นได้ชัดว่าการซื้อขายสินค้าผ่าน Online พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะยังมีมูลค่าไม่สูงมากเพราะสินค้าที่ซื้อขายบน Online มีราคาไม่สูง แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะสูงขึ้นหากผู้ซื้อและผู้ขายมีที่น่าเชื่อถือและไว้ว่างใจในทางการค้าสูงขึ้น เช่น Credit ของลูกค้าและร้านค้า และการรับประกันสินค้า

ประโยชน์ยังตกไปถึงกลุ่มขนส่งพัสดุด่วนอย่าง Kerry Express  ซึ่ง VGI  เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  (23%) ปัจจุบัน Kerry มีจุดให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทยทะลุ  10,000 แห่งแล้ว ด้วยจำนวนพนักงานกว่า 22,000 คน และพาหนะขนส่งกว่า 20,000 คัน  พร้อมศูนย์กระจายพัสดุกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศโดยขยายจำนวนสาขาเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในครึ่งปีแรกของปี 62 ทุบสถิติมียอดผู้ใช้บริการส่งพัสดุด่วนแตะ 2,000,000 กล่องต่อวันเมื่อต้นส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตกระดาษคราฟ์หรือกล่อง UTP (TP=11)  และ SCC (TP=450) คาดจะได้อานิสงค์ตามไปด้วย

ในปัจจุบันปริมาณการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา โดยพบว่าปริมาณการใช้บริการ eCommerce ทั้งผ่านทางเวปไซต์และแอพพลิเคชั่นเติบโตสอดคล้องกับปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ทในไทยและดัชนีค้าปลีกจากการศึกษาของ ETDA พบว่ามูลค่า e-Commerce ในไทยเติบโตปีละ 14.04%

ในขณะที่พบว่าปริมาณการใช้บริการ eCommerce ในไทยนั้นเติบโตสูงขึ้นโดยเปรียบเทียบกับนานาประเทศในโลก โดยในปัจจุบันพบว่าดัชนี e-Commerce content ที่บ่งบอกถึงความคล่องตัวของการซื้อขายบนทุก Platform โดยมีค่าอยู่สูงถึงระดับร้อยละ 70 สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายและแพร่หลายในการซื้อขายผ่าน e-Commerce ในขณะที่ดัชนี Value of  e-Commerce ซึ่งเป็นการเก็บสำรวจโดย UNCTAD ถึงการซื้อขายบน e-Commerce อย่างน้อยเดือนละครั้งอยู่อยู่ที่ร้อยละ 39 ในขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดของ e-Commerce เฉพาะ B2C (Business to customer) อยู่ที่ 15.8%*(ที่มา : ETDA , UNCTAD)

คำนวนจากมูลค่า e-Commerce B2C เทียบกับมูลค่าตลาดค้าปลีกที่อัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาทต่อดอลล่าร์

โดยในปัจจุบันพบว่าเจ้าตลาดของธุรกิจ e-Commerce ประกอบไปด้วย 2 รายใหญ่ คือ Lazada และ Shopee ซึ่งทั้ง 2 บริษัทได้ทำตัวเป็น Platform ให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาทำธุรกรรมกันบนแอพพลิเคชั่น และทำการจัดส่งสินค้าด้วยการขนส่งของไปรษณีย์ไทยหรือเอกชน และพบว่าปริมาณการค้นหาไปรษณีย์ ,EMS , Kerry ตลอดจนบริษัทขนส่งพัสดุต่างๆมักจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ eCommerce ในไทยทำโปรโมชั่นเช่น 9.9 ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทาง KTBST คาดว่าธุรกิจในบริษัทจดทะเบียนอย่างผู้ผลิตกล่องกระดาษ , บริษัทขนส่ง จะได้รับประโยชน์จากการจัดโปรโมชั่นดังกล่าวทางตรง ผ่านยอดการสั่งสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเวลาการจัดโปรโมชั่น และเราคาดว่าจะมีการจัดโปรโมชั่นดังกล่าวอีกในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม (11.11 ,12.12)