PYLON

ตลาดหุ้นไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1680 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาทดสอบแนวรับที่ 1655-1660 จุด จากการขายทำกำไรของหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า และสื่อสาร จึงทำให้แนวโน้มของตลาดหุ้นในสัปดาห์นี้ยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1650 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้เป็นหุ้นที่มีการดีดตัวขึ้นในระยะสั้น นั่นก็คือ หุ้น PYLON หรือ บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) (PYLON) ดำเนินธุรกิจเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างงานฐานรากงาน แบ่งออกเป็น 3 สายงานหลัก ดังนี้ คือ  1. งานเสาเข็มเจาะ (Bored Pile) เสาเข็มเจาะเป็นเสาเข็มที่นิยมใช้กับการก่อสร้างฐานรากของโครงสร้างขนาดใหญ่ และโครงสร้างอาคาร ในบริเวณที่มี พื้นที่ 2. งานปรับปรุงคุณภาพ ดิน (Ground Improvement) มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มเสถียรภาพให้กับโครงสร้างของดินเดิม ทำให้ดินมีกำลังรับ น้ำหนักมากขึ้นและ ป้องกันการเคลื่อน ตัวของดิน 3.งานก่อสร้างกำแพงกันดินชนิดไดอะแฟรม (Diaphragm Wall) กำแพงกันดินชนิดไดอะแฟรมเป็นการก่อสร้างกำแพงโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็น โครงสร้างรับ น้ำหนักและป้องกัน การเคลื่อนตัวของ ดินทางด้านข้าง

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 กำไรสุทธิ 44 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.06 บาท กำไรเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 31 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.04 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 690 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 125 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.17 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 634 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 102 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.14 บาท

นายชเนศวร์  แสงอารยะกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไพลอน (PYLON) เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลัง ปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าช่วงครึ่งแรกปีนี้ โดยบริษัทมีงานในมือ ( Backlog) ที่รอรับรู้รายได้อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท จากโครงการทั้งภาคเอกชนและรัฐ ซึ่งน่าจะทยอยดำเนินการส่งมอบและรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงประมาณไตรมาส 4/62 รวมทั้งมีความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของงานฐานรากของภาคเอกชนและหน่วยงานราชการ รวมถึงงานเมกะโปรเจ็กต์ หลังบรรยากาศการลงทุนก่อสร้างในประเทศปรับตัวดีขึ้น

ปี 62 บริษัทยังคงตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 1,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1,436.91 ล้านบาท จากงานในมือที่รอส่งมอบเป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีโอกาสได้รับงานโครงการใหม่ ๆ จากทั้งภาครัฐและเอกชนในปีนี้เข้ามาเสริม ตลอดจนธุรกิจยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผลประกอบการในงวดไตรมาส 2/62 มีกำไรสุทธิ 44.71 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 43.99% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการ 272.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.86% ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี 62 มีกำไรสุทธิ 125.20 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 22.29% จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการ 686.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.67% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ผลประกอบการที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจทั้งรายได้และกำไร โดยกำไรขั้นต้นในงวดไตรมาส 2/62 อยู่ที่ 72.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.39% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และกำไรขั้นต้นงวด 6 เดือน อยู่ที่ 184.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.42% จากงวดปีก่อน

PYLON มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 8.26 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 10.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 7.30 บาท