SELICผนึกกำลังพันธมิตร บุกขยายตลาดยุโรป-สหรัฐ

ทันหุ้น – SELIC เดินเกมรุกผนึกกำลังพันธมิตรต่างแดน เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา 2-3 ราย คาดได้ข้อสรุปปลายปีนี้ ลุยขยายตลาดยุโรป-สหรัฐฯ เล็งคลอดโปรดักส์ใหม่อัพมาร์จิ้น ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อ พร้อมเป้ารายได้ปี 2562 เติบโตไม่ต่ำกว่า 1.4 พันล้านบาท

นายเอก สุวัฒนพิมพ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในต่างประเทศจำนวน 2-3 ราย เพื่อเป็นการพัฒนานวัตกรรมกาวรูปแบบใหม่ ซึ่งจะเข้ามาส่งเสริมกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัทมี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถในการขยายตลาดออกไปยังประเทศที่ยังไม่เคยเข้าไปทำการตลาดมาก่อน

ได้ข้อสรุปพันธมิตรปีนี้

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าภายในช่วงปลายปี 2562 จะได้ข้อสรุปของการ Synergy ร่วมกับพันธมิตรประมาณ 2 ราย เบื้องต้นอยู่ระหว่างการศึกษาการทำการตลาดของทั้ง 2 ประเทศอยู่ โดยหนึ่งในสองรายดังกล่าวจะเป็นโครงการพัฒนากาวเพื่อนำไปใช้ในทางการแพทย์(Medical tape) ซึ่งเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรจากประเทศเกาหลี ส่วนอีกหนึ่งรายที่จะได้ข้อสรุปในช่วงปลายปีนี้เป็นโครงการที่ร่วมมือกับพันธมิตรจากยุโรป

พร้อมกันนี้ บริษัทได้รับใบอนุญาตโครงการส่งเสริมการลงทุน(BOI) ซึ่งเป็นการสนับสนุนด้านงานวิจัยและพัฒนาสินค้า และอยู่ระหว่างรอทางอุทยานวิทยาศาสตร์จัดเตรียมสถานที่ เพื่อดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์กาวจากธรรมชาติประเภท Hot melt ตอบสนองนโยบายรักษาสิ่งแวดล้อม และสามารถย่อยสลายได้ เบื้องต้นคาดว่าภายในช่วง 2 – 3 เดือนจากนี้(ต.ค.- ธ.ค. 62) จะเห็นความชัดเจน และเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป คาดหวังการขยายตลาดในยุโรปและสหรัฐฯ

เล็งควบรวมกิจการ

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีความสนใจในการลงทุนทั้งการควบรวมกิจการ (M&A) และการร่วมทุน (JV) เพื่อขยายการต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องเป็นส่วนที่เข้ามาส่งเสริมธุรกิจกัน และมองหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยปัจจุบันมีการเจรจากับพันธมิตรอยู่ 3 – 4 ราย แต่อาจยังไม่ได้ข้อสรุปการลงทุนที่ชัดเจนในปีนี้ เนื่องจากต้องประเมินถึงความเหมาะสมในการลงทุน รวมถึงประโยชน์ที่จะมา Synergy ร่วมกันได้อย่างไร

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2562 มองว่าจะมีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยขับเคลื่อนจากทั้ง 2 ธุรกิจ อีกทั้งบริษัทยังเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจทั้งการผลิต จำหน่ายกาวอุตสาหกรรม และธุรกิจการจำหน่ายสติ๊กเกอร์ ผลิตภัณฑ์ฉลาก สำหรับธุรกิจทั้งการผลิต จำหน่ายกาวอุตสาหกรรมบริษัทจะพยายามขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้บริษัทเริ่มขยายธุรกิจไปในกลุ่มแพ็คเกจจิ้ง อาหาร เครื่องดื่ม รองเท้าและเครื่องหนัง เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

รุกประเทศ CLMV

ขณะที่ทิศทางการขายสินค้าต่างประเทศนั้น บริษัทจะเน้นการขายสินค้าในกลุ่มประเทศเพื่อบ้านอย่าง CLMV และโดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังปี 2562 บริษัทเตรียมออกผลิตภัณฑ์กาวรูปแบบใหม่จำนวน 1 รายการ ซึ่งจัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์กาวที่ให้มาร์จิ้นสูง โดยใช้ในอุตสาหกรรมรองเท้าที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ที่บริษัทมีความสนใจจะเจาะตลาดใหม่เพิ่มมากขึ้น จากปัจจัยข้างต้นส่งผลให้บริษัทคาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2562 จะสามารถรักษาระดับการเติบโตของอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่า 24.66% และ 6.33% ตามลำดับ

ประกอบกับจากการที่บริษัทได้ควบรวมและเข้าซื้อกิจการกลุ่ม PMC ได้แก่ บริษัท พีเอ็มซีเลเบิลแมททีเรียลส์ จำกัด ในประเทศไทย และบริษัท พีเอ็มซีเลเบิลแมททีเรียลส์ พีทีอี ลิมิเตด ในประเทศสิงคโปร์ ตั้งแต่ปลายปี 2561 และเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 นั้น คาดว่าจะเข้ามาช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้การเติบโตของรายได้รวมปี 2562 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ไม่น้อยกว่า 1,400 ล้านบาท จากปี 2561 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 599.77 ล้านบาท