NWRครึ่งหลังโตแกร่ง ลุ้นซิวงาน1.8หมื่นล้าน

ทันหุ้น – NWR แย้มผลงานครึ่งปีหลังเด่น โฟกัสไตรมาส 4/2562 ทยอยรับรู้การส่งมอบงานมากขึ้น จาก Backlog ที่มีอยู่กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท หวังหนุนรายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน พร้อมตั้งเป้าคว้างานใหม่เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่เหลือของปีนี้

นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR เปิดเผยว่า ทิศทางผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2562 จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น และคาดเติบโตมากสุดไตรมาส 4/2562 จากการรับรู้งานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่กว่า 16,000 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้คาดว่าจะทยอยรับรู้ต่อเนื่อง ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปีถัดไป โดยบริษัทมองว่าปีนี้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างปีนี้ลดลง ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปที่มีการเติบโตที่ดีจะเข้ามาเสริม ทำให้ด้านภาพรวมรายได้ปี 2562 บริษัทคาดว่าจะเติบโต ใกล้เคียงกับปีก่อน ที่มีรายได้ 10,444.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 418.04 ล้านบาท

*จับตาไตรมาส 4 พีค

“จากมูลค่างานที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกการส่งหมอบงานมีความล่าช้า ทำให้รายได้ในช่วงครึ่งปีแรก ไม่ได้เติบโตมากนัก แต่จะเริ่มรับรู้รายได้มากขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2562 และไตรมาส 4/2562 ซึ่งจะเข้ามาทดแทนในช่วงไตรมาสแรกได้อย่างแน่นอน” นายปสันน กล่าว

อย่างไรก็ดี ยอมรับว่ารายได้ในช่วงครึ่งปีแรกไม่ได้เติบโตสูงมากนัก เนื่องจากในไตรมาส 2/2562 รายได้จากก่อสร้างลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 2561 นอกจากนี้ บริษัทปรับประมาณการต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้น จากปัญหาผู้ว่าจ้างส่งมอบพื้นที่ผู้เข้าทำงานล่าช้า รวมถึงมีความทับซ้อน เข้าผู้ว่าจ้างรวมถึงมีการปรับเปลี่ยนแบบการก่อสร้างทำให้ล่าช้าออกไป

แต่อย่างไรก็ดี บริษัทมีรายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตและอื่นๆ ในไตรมาส 2/2562 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัท แอ็ดวานซ์ พรีแฟบ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยสามารถทำยอดขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตเพิ่มมากขึ้น และคาดว่าจะเข้ามาชดเชยรายได้จากการก่อสร้างในปีนี้ที่ปรับตัวลดลงไป

*ตั้งเป้าคว้างาน 1.8 หมื่นล.

ขณะที่ภาพรวมปริมาณงานในช่วงครึ่งปีหลัง ก็ถือว่ายังทยอยออกมาไม่มากนัก แต่บริษัทศักยภาพและมีความเชี่ยวชาญ  รวมถึงมีพันธ์มิตรที่แข่งแกร่งอย่างประเทศจีน ซึ่งในการเข้าประมูลงานใหม่ๆ นั้นบริษัทได้รับงานในราคาที่ต่ำสุด ทำให้มีอัตรากำไรที่ดี ถึงแม้ว่าภาพการแข่งขันในปัจจุบันยังอยู่ระดับสูง

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะมีงานเข้ามาเพิ่มในช่วงครึ่งปีหลังอีกราว 18,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้  ซึ่งเป็นงานประเภท โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3, โครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ซึ่งบริษัทมองหาโอกาสการเข้าไปรับงาน ซึ่งไม่ได้เข้าประมูลเองโดยตรง นอกจากนี้ยังมีงานประเภทรถไฟความเร็วสูง เชื่อม 3 สนามบิน, รถไฟไทย-จีน และโครงการถนนต่างๆ และงานก่อสร้างอาคาร เป็นต้น