NWR

NWR

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 1680 จุดจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของหุ้นในกลุ่มธนาคาร ในขณะที่หุ้นที่มีความแข็งแกร่งอย่างโรงไฟฟ้า และสื่อสารยังคงมีแรงขายทำกำไรต่อเนื่อง ทำให้การปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้นยังอยู่ในกรอบที่จำกัด และยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับที่ 1650 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้เป็นหุ้นที่มีการดีดตัวขึ้นในระยะสั้น นั่นก็คือ หุ้น NWR หรือ บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างงานวิศวกรรมโยธาทุกประเภท และผลิตเสาเข็มคอนกรีตอัดแรง และผลิตภัณฑ์คอนกรีตอื่น รวมทั้งผลิตเหล็กแปรรูป ใช้เป็นวัสดุในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และจำหน่ายให้กับลูกค้าภายนอก

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 ขาดทุนสุทธิ 175 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.068 บาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่ขาดทุนสุทธิ 5 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.002 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 3,897 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิ 203 ล้านบาท คิดเป็นขาดทุนต่อหุ้น 0.08 บาท จากที่เคยมีกำไรเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 4,953 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.01 บาท

นายปสันน สวัสดิ์บุรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส แผนกธุรกิจใหม่ และวางแผนกลยุทธ์ บมจ.เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) เปิดเผยว่า บริษัทปรับเป้ารายได้ปีนี้เหลือทรงตัวจากปีก่อนที่ทำได้ 10,037 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 30-50% หลังจากที่การเปิดประมูลงานใหม่มีความล่าช้า และงานที่การประมูลแล้วเสร็จก็มีการล่าช้าด้วย ในขณะเดียวกันมีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐบาลชุดใหม่ทำให้เกิดการหยุดชะงักของโครงการต่าง ๆ กระทบไปถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2/62 ที่จะส่งผลให้บริษัทยังมีผลขาดทุนต่อเนื่องจากไตรมาส 1/62 ที่ผ่านมาที่มีผลขาดทุนอยู่ 27.69 ล้านบาท

นอกจากนี้ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายได้รับผลกระทบจากมาตรการกำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยกำหนดเพดานอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)  ทำให้ปรับลดเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิลงเหลือ 500 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะมียอดโอนกรรมสิทธิราว 800 ล้านบาท

ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 20,000 ล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในปีนี้มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ของมูลค่างานทั้งหมด โดยแบ่งเป็นงานที่เซ็นสัญญาแล้วมูลค่า 14,606 ล้านบาท และงานที่เตรียมเซ็นสัญญาเพิ่มอีกมูลค่า 4,800 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการรถไฟฟ้าไทย-จีน สัญญาที่ 1 และโครงการทางด่วนพระราม3-ดาวคะนอง พร้อมกันนี้บริษัทเตรียมที่จะเข้าประมูลงานใหม่ 16,000 ล้านบาท โดยหวังที่จะได้งาน 15% จากมูลค่างานทั้งหมด

ทั้งนี้ บริษัทยังมองหาโอกาสการเข้าประมูลงานใหม่ ๆ เพิ่มเติมอีก มูลค่ารวมกว่า 56,000 ล้านบาท อาทิ โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน รถไฟไทย-จีน ที่เหลืออีก 7 สัญญา และโครงการระบบรางอื่น ๆ ที่จะออกมาเพิ่มเติม

สำหรับกรณีที่ภาครัฐจะนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400-425 บาทนั้น มองว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่าย 1-5% แต่อย่างไรก็ตามบริษัทสามารถต่อรองกับผู้ว่าจ้างเพื่อที่จะเพิ่มเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง (ค่า K) ซึ่งสามารถทดแทนกับต้นทุนที่สูงขึ้นได้

NWR มีมูลค่าทางบัญชีหรือ Book Value อยู่ที่ 1.39 บาท เมื่อเทียบกับราคาหุ้นที่ 0.65 บาท ราคาหุ้นยังซื้อขายต่ำกว่ามูลทางบัญชีค่อนข้างมาก คิดเป็น Price to Book Value ต่ำกว่าระดับ 0.50 เท่า ถ้าสามารถลดการขาดทุนหรือพลิกกลับมามีกำไรได้ ราคาหุ้นก็มีโอกาสฟื้นตัวได้รุนแรง

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงหลุดแนวรับที่ 0.75 และ 0.68 ลงไป ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นในระยะยาวยังเคลื่อนไหวในแนวโน้มขาลง โดยมีแนวรับถัดไปที่ 0.50 ตามกรอบแนวโน้มขาลง การฟื้นตัวในระยะสั้น น่าจะมีแนวต้านในระยะสั้นที่ 0.75 และมีแนวต้านของกรอบแนวโน้มขาลงในระยะยาวที่ 0.85 ถ้าทะลุผ่านขึ้นไปได้ จะเป็นสัญญาณสิ้นสุดแนวโน้มขาลงในระยะยาว

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Trendtalk