TNPชิมช็อปใช้ดันยอดพุ่ง รับเต็มมาตรการ-ราคาถูก

ทันหุ้น – TNP รับลูกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ชิม ช็อป ใช้” ร่อนเอกสารขอใช้สิทธิให้บริการซื้อขายสินค้าทุกสาขา เชื่อดันยอดขายกระฉูด พร้อมลุยเปิดสาขาปีนี้ครบ 29 แห่ง ฟากโบรกชี้ TNP ได้ประโยชน์สูงสุดจากมาตราการนี้ แถมปัจจุบัน PE อยู่ที่ 21 เท่า ต่ำกว่าค่าอุตสาหกรรมที่ 31 เท่า เคาะเป้า 2.56 บาท 

นางอมร พุฒิพิริยะ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีก และค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ในจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า คาดได้รับอานิสงส์จากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 3.16 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว การช่วยเหลือเกษตรกร การดูแลค่าครองชีพ และการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

โดดรับมาตรการรัฐ

ทั้งนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของภาครัฐจะสนับสนุนในส่วนของการใช้จ่ายในด้านอาหาร เครื่องดื่ม ค่าที่พักรวมถึงบริการต่างๆ ค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น ค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือค่าบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดเชียงราย เมืองรองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก

ปัจจุบันบริษัทมีสาขาให้บริการค้าปลีกทั้งสิ้น 26 สาขา โดยในเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายน บริษัทจะทยอยเปิดสาขา 1 แห่งในแต่ละเดือน ทั้งสาขาในพื้นที่เชียงราย พะเยา และเชียงใหม่ ส่งผลให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีสาขาให้บริการทั้งหมด 29 สาขา และจะใช้งบลงทุนที่ 1-5 ล้านบาทต่อสาขา ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาดในการให้บริการ

เบื้องต้นขนาดพื้นที่ให้บริการจะเริ่มต้นที่ 600 ตารางเมตร ไปจนถึง 1.5 พันตารางเมตร ขณะที่ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่มีประสิทธิภาพบนพื้นที่กว่า 1 หมื่นตารางเมตร ปัจจุบันใช้พื้นที่ไปแล้ว 60-70% คาดจะสามารถรองรับสินค้าสต็อกได้อีกจำนวนมาก

ยื่นขอใช้สิทธิให้บริการ

“คาดจะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เพราะเราทำธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองรองที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะทุกๆ ปี และเรายื่นเอกสารขอใช้สิทธิ์ในการให้บริการซื้อขายสินค้าทุกสาขา คาดว่านโยบายต่างๆ จากรัฐจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของเราได้อย่างต่อเนื่อง”นางอมรกล่าว

ขณะเดียวกันคาด Same Store Sales Growth (SSSG) หรือ การเติบโตของยอดขายสาขาเดิมปีนี้จะเติบโตถึง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนยอดขายสาขาเดิมติดลบเล็กน้อย ทั้งนี้ปัจจัยที่สนับสนุนให้สาขาเติบโตเพิ่มขึ้นมาจากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวจากภาครัฐ

นางอมร กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมยอดขายในปีนี้ บริษัทยังคงตั้งเป้าการเติบโต 10-15% ต่อเนื่องจากปีก่อนที่ 1.77 พันล้านบาท โดยยอดขายจะมาจากยอดค้าปลีกและค้าส่งที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา 86% และ 14% ตามลำดับ ซึ่งยอดค้าปลีกจะยังสูงกว่าค้าส่งตามการขยายสาขาและการเน้นขายสินค้าปลีก และบริษัทจะเน้นจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในรูปแบบค้าปลีกมากกว่าค้าส่ง เนื่องจากมาร์จิ้นในกลุ่มค้าปลีกอยู่ที่ 12-13% ซึ่งอยู่ในระดับสูงกว่ามาร์จิ้น ของกลุ่มผู้ค้าส่งที่ต่ำกว่า 10%

ราคาเหมาะสม2.56บ.

ด้านนางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS กล่าวว่า  จากมตราการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวของภาครัฐในครั้งนี้ ทั้งในส่วนของการใช้จ่ายในด้านอาหาร เครื่องดื่ม ค่าที่พักรวมถึงบริการต่างๆ ค่าซื้อสินค้าท้องถิ่น ค่าซื้อสินค้าจากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือค่าบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวในท้องถิ่นนั้น เช่น สปา การเช่าพาหนะ ค่าบริการนำเที่ยวในพื้นที่ทั่วประเทศ ถือเป็นการกระจายเม็ดเงินไปในระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีการจับจ่ายใช้สอยหมุนเวียนมากขึ้น โดยเฉพราะในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ GDP เติบโตถึงระดับ 3% ตามเป้าหมายของรัฐบาล

ดังนั้นหากประเมินหุ้นที่ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว “ชิม ช็อป ใช้” ดังกล่าว มองว่าหุ้น TNP ได้ประโยชน์สูงสุด เพราะเป็นประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจุบันมีสาขารวมทั้งสิ้น 25 สาขา ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา

ไฮซีซั่นหนุนธุรกิจ

อีกทั้งในช่วงครึ่งปีหลังปี 2562 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับได้แรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกทั้งหมดราว 4 สาขา สู่ทั้งหมด 29 สาขา ณ สิ้นปี ซึ่งเป็นแผนของบริษัทที่จะเปิดสาขาเพิ่มทั้งหมดในปีนี้ 5 สาขา โดยเปิดไปแล้ว 1 สาขา เมื่อไตรมาสที่ผ่านมา

ดังนั้นเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 2.56 บาท ปัจจุบัน PE อยู่ที่ระดับ 21 เท่า ขณะที่เราประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE ณ ระดับ ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ที่ 25 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 31 เท่า และประเมินกำไรต่อหุ้นปี 2562 ราว 0.10 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมเท่ากับ 2.56 บาท ซึ่งมีอัพไซต์จากราคาปัจจุบัน จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ “ซื้อ”