ประกาศิตซีอีโอใหม่TOP ทรานฟอร์มสู่ปิโตรเคมี50%

ทันหุ้น-ซีอีโอป้ายแดง TOP “วิรัตน์ เอื้อนฤมิต” มีแผนทรานฟอร์มธุรกิจโรงกลั่นไปยังธุรกิจปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น หวังเติบโตยั่งยืนพร้อมดันสัดส่วน EBITDA ในธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีจะอยู่ในระดับ 50:50พร้อมผนึก IRPC ลุยต่อ ขณะที่ PTTEP เดินหน้าบุกธุริกจ UAE ต่อ

นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนในการทรานฟอร์มธุรกิจจากโรงกลั่นไปยังธุรกิจปิโตรเคมีมากขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันในอนาคตอาจจะได้รับผลกระทบจากตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้ามาแทนที่ขณะที่ปิโตรเคมียังมีความต้องการใช้ที่เพิ่มขึ้นอยู่

ทั้งนี้ TOP มีโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project) หรือ CFP ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 4,825 ล้านเหรียญสหรัฐ  ซึ่งมีระยะเวลาก่อสร้างเสร็จประมาณ 3-5 ปี ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางปีนี้ โครงการนี้จะทำให้กำลังการกลั่นน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จากปัจจุบัน 2.75 แสนบาร์เรลต่อวันนอกจากนี้โครงการ CFP ยังผลิตสารตั้งต้นของอุตสาหกรรมอีกด้วย อาทิ ปิโตรเคมีอย่าง แนฟทา

@วางเป้าEBITDA ปิโตรขึ้น 50%

โดยโครงการ CFP ที่ลงทุนไม่ใช่แค่เป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องเป็นจุดที่ทำให้ TOP ปรับตัวเองจากโรงกลั่นไปเป็นพลังงานมากขึ้น อาจจะรวมถึงพวกปิโตรเคมีมากขึ้นเพื่อให้เกิดความยั่งยืน แต่ในการขยายจะค่อยๆ ดำเนินการ เพราะจะต้องมีขั้นตอนการขับเคลื่อนธุรกิจที่มั่นคง

“โรงกลั่นของ TOP นับว่าดีที่สุดในประเทศไทย ขณะเดียวกันบริษัทก็มองว่าจะต้องมีการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป ขณะเดียวกันธุรกิจน้ำมันมีความผันผวน ดังนั้นจึงต้องมุ่งไปยังธุรกิจปิโตรเคมีมากขึ้น โดยน้ำมันเตาที่มีความต้องการน้อย ก็จะลดสัดส่วนการผลิตนี้ และมุ่งผลิตสารตั้งต้นของอะโรเมติกส์ หรืออื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจในกลุ่ม ปตท.”

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOP คาดหวังว่าสัดส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อม และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในสัดส่วน 50:50 จากปัจจุบันที่ EBITDA ปิโตรเคมียังต่ำกว่ามาก

@ เล็งผนึก IRPC

ทั้งนี้ บริษัทจะหารือร่วมกันในกลุ่มปตท. เพื่อพัฒนาโครงการปิโตรเคมีร่วมกันเพื่อให้มีขนาดกำลังการผลิตที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ IRPC มีโครงการMARS ซึ่งเป็นโครงการผลิตอะโรเมติกส์ ที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิตพาราไซลีน ขนาด 1-1.3 ล้านตัน/ปี และเบนซีน 3-5 แสนตัน/ปี แต่กลุ่ม ปตท.ได้มีการทบทวนโครงการใหม่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามทางการค้า ทำให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ลดลง ซึ่งล่าสุดทาง IRPC ก็เตรียมเดินหน้าการลงทุน ซึ่งหากบริษัทจะเข้าไปร่วมลงทุนด้วย ก็จะทำให้โครงการ MARS มีขนาดใหญ่ขึ้น

นอกจากเรื่องของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจแล้ว บริษัทยังได้นำนวัตกรรม และ digitalization เข้ามาร่วมดำเนินการด้วย โดยคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติงบประมาณ 1 พันล้านบาท เพื่อดำเนินการเชิงลึกในโครงการ Digital Transform Program ที่มีโครงการรองรับ 57 โครงการ ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มมาร์จิ้นให้กับธุรกิจในอนาคต

สำหรับ นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต เพิ่งเข้ามาดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ต่อจากนายอธิคม เติบศิริ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป

นาย วิรัตน์ จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ จาก Pennsylvania State University ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังได้เข้าอบรมในหลักสูตร Advanced Management Program (AMP) ของ Harvard Business School, สหรัฐฯ และ AMP ของ INSEAD Business School ประเทศฝรั่งเศส

และนับเป็นหนึ่งในบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญและมีส่วนร่วมในการพัฒนาธุรกิจพลังงาน เป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ทำงานอย่างกว้างขวางและประสบความสำเร็จในองค์กรรัฐวิสาหกิจและองค์กรภาคเอกชนทั้งในและระหว่างประเทศ โดยเริ่มต้นประสบการณ์ทำงานกับบริษัทน้ำมันข้ามชาติ เชลล์ (ประเทศไทย) นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์บริหารงานด้านวาณิช ธนกิจกับสถาบันการเงินระหว่างประเทศหลายแห่งก่อนเข้าร่วมงานกับกลุ่ม ปตท.

โดยเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารในกลุ่มบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ปี 2548 โดยได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดสายงานการเงินและบัญชี (Chief Financial Officer : CFO) ในบริษัท Flagship ต่างๆ ของกลุ่ม ปตท. อาทิ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวน ก่อนจะย้ายมาดูแลธุรกิจของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) (PTT) ในปี 2557

หลังจากนั้นในปี 2559 ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ (Chief Operating Officer Upstream) รับผิดชอบดูแลธุรกิจต้นน้ำของกลุ่ม ปตท. ซึ่งรวมถึงธุรกิจสำรวจและผลิตของ ปตท.สผ. ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ PTT Global LNG ก่อนที่จะกลับมารับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของไทยออยล์ในปัจจุบัน

@PTTEP ลุยต่อ UAE

ด้านนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือPTTEP เปิดผยว่า อยู่ระหว่างการศึกษาที่จะยื่นประมูลแหล่งน้ำมันในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีทั้งแหล่งบนดิน และในทะเล ตามกำหนดจะต้องยื่นประมูลภายใน พฤศจิกายน 2562