SAWAD

ตลาดหุ้นไทยเมื่อวานปรับตัวเพิ่มขึ้นกลับขึ้นไปเคลื่อนไหวเหนือระดับ 1670 จุดอีกครั้ง หลังจากมีสัญญาณในเชิงบวกจากการที่จีนชะลอการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ บางรายการ ทำให้บรรกาศในภาพรวมดีขึ้น

แต่ทิศทางตลาดคงต้องไปรอคอยการประชุมของธนาคารกลาง โดยเฉพาะ Fed ว่าจะมีท่าทีต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างไร โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 1680 จุด และมีแนวรับที่ 1650 จุด

สำหรับหุ้นที่น่าสนใจในวันนี้ คือ หุ้น SAWAD หรือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ “ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ” ซึ่งประกอบด้วย 5 ธุรกิจหลัก ได้แก่ 1) สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่าทุกประเภท บ้านและโฉนดที่ดิน 2) สินเชื่อรายย่อยแบบไม่มีหลักประกันภายใต้การกำกับ 3) บริหารสินทรัพย์ 4) รับจ้างติดตามหนี้ 5) บริการที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการทำธุรกิจ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2562 มีกำไรสุทธิ 873 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.66 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 มีกำไรสุทธิ 606 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.48 บาท

ส่วนผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 3,402 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,717 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.31 บาท กำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 2,630 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,171 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.02บาท

นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อานวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/62 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 883.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 217.97 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32.76% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิรวม 665.32 ล้านบาท

บริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวมปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/62 มีรายได้ดอกเบี้ย 1,742.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 357.92 หรือเพิ่มขึ้น 25.85% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ดอกเบี้ย 1,384.45 ล้านบาท ขณะที่มีรายได้อื่น 600.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.76 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23.14% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้อื่น 487.38 ล้านบาท

สาเหตุที่รายได้รวมของบริษัทและบริษัทย่อยปรับตัวเพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้ จากช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2/61 ที่มีพอร์ตลูกหนี้ 24,788.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.78% มาเป็น 32,169.89 ล้านบาท ในช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2/62 ซึ่งการเติบโตของพอร์ตลูกหนี้มาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันบริษัทมีจำนวนสาขา 3,235 สาขา

สำหรับตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวลดลงจาก 5.45% ในไตรมาส 2/61 มาอยู่ที่ 4.32% ในไตรมาส 2/62 เป็นผลมาจากระบบการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพ โดยลูกค้าที่ผิดนัดชำระหรือชำระล่าช้า บริษัทมีนโยบายดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการเจรจากับลูกค้าเป็นหลัก เพื่อให้ลูกค้าทั้งหมดอยู่ในช่วงเวลาค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 90 วัน ทำให้บริษัทมีความมั่นใจว่ากลุ่มลูกค้าดังกล่าวจะไม่ตกชั้นเป็นลูกหนี้ NPL

ส่วนกรณีที่มีรายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สั่งปรับบง.ศรีสวัสดิ์ (BFIT) ปล่อยกู้เกินกว่าอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทประกาศ เป็นจำนวน 1,655,000 บาท เนื่องจากมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท.กำหนด  ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับ SAWAD และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ SAWAD เนื่องจากเป็นการดำเนินการของบริษัทลูก ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้เกิดกับพอร์ตลูกหนี้เก่าช่วงปี 60  และปัจจุบันก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี 61 และ กรณีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกับแผนการดำเนินงานของกลุ่มบริษัททั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้ารายได้เติบประมาณ 20-30% พร้อมทั้งเดินหน้าขยายสาขาให้คลอบคลุมทุกพื้นที่ ภายในสิ้นปีนี้คาดว่าจะมีจำนวนสาขาทั้งสิ้นประมาณ 3,400-3,500 สาขา ซึ่งจะส่งผลให้พอร์ตลูกหนี้มีอัตราการเติบโตในทิศทางเดียวกับรายได้จากช่วงสิ้นสุดไตรมาส 2/62 พอร์ตลูกหนี้มีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท

SAWAD มีราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus เท่ากับ 59.91 บาท โดยมีราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 69.00 บาท และมีราคาเป้าหมายต่ำสุดที่ 45.00 บาท

ราคาหุ้นปรับตัวลดลงเกิดสัญญาณขายทางเทคนิคหลังจากปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 59.00 ตามโครงสร้างของการปรับตัวเพิ่มขึ้นเดิมในช่วงปี 2016-2017 ทำให้แนวโน้มของราคาหุ้นยังมีความเสี่ยงในการปรับตัวลดลงไปทดสอบแนวรับสำคัญที่บริเวณ 49.00-50.00 ถ้าปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 49.00 ลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน จะทำให้โครงสร้างของราคาหุ้นมีโอกาสปรับตัวลดลงรุนแรงมากยิ่งขึ้น

สนใจบทความย้อนหลัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ สามารถหาดูได้ในเพจ Trendtalk