TPCHลั่นปี63โตก้าวกระโดด ดีลร่วมทุนโรงไฟฟ้าเมียนมา

ทันหุ้น – TPCH ซุ่มดีลพาร์เนอร์ใหม่ร่วมทุนโรงไฟฟ้าไบโอแก๊สเมียนมา อัพฐานกำลังผลิตเพิ่ม คาดชัดเจนกลางปี 2563 แถมจ่อ COD โรงไฟฟ้า TPCH 1-2 รวมกำลังผลิตราว 20 เมกะวัตต์ ช่วงไตรมาส 4/2562นี้ ดันกำลังผลิตไฟฟ้าสิ้นปีนี้แตะ 80 เมกะวัตต์ แถมเดินหน้าสอยชีวมวล-ไฟฟ้าขยะเพิ่ม หวังดันกำลังผลิตรวมพุ่งแตะ 250 เมกะวัตต์ในปี 2563 ส่วนปีนี้คาดผลงานนิวไฮน์ต่อเนื่อง รับเก็บเกี่ยวค่าไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

นางกนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์เนอร์ในประเทศเมียนมา เพื่อร่วมทุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล (ไบโอแก๊ส) กำลังผลิตรวมราว 30 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อขยายฐานกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพิ่มขึ้น คาดน่าจะได้เห็นความชัดเจนช่วงปี 2563 ซึ่งเบื้องต้นคาดใช้เงินลงทุนเฟสแรกประมาณ 600 ล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อสร้างอยู่ที่ 12 เดือน

*ดัน PPA แตะ 250 MW

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทกำลังผลิตไฟฟ้าที่เปิดผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) เรียบร้อยแล้วรวม 60 เมกะวัตต์ รวมทั้งอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลอีก 2 แห่ง คือ TPCH 1, TPCH 2 รวมกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 20 เมกะวัตต์ โดยน่าจะสามารถ COD ได้ในช่วงไตรมาส 4/2562 และหากทุกอย่างเป็นไปตามที่วางไว้คงทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าที่ COD แล้ว ณ สิ้นปีนี้ขยับเพิ่มเป็น 80 เมกะวัตต์ ส่วนปี 2563 นั้นจะมีโรงไฟฟ้ารวมอีก 3 โครงการ คิดเป็นกำลังผลิตรวม 39 เมกกะวัตต์ โรงไฟฟ้าบริษัท ปัตตานี กรีน จำกัด โรงไฟฟ้าบริษัท ทีพีซี เอช เพาเวอร์ 5 จำกัด และโรงไฟฟ้าบริษัท สยามเพาเวอร์ จำกัด เข้ามาเพิ่มเติมด้วย

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าโรงไฟฟ้าขยะอีก 4-5 โครงการ กำลังผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ราว 10 เมกะวัตต์ต่อโครงการ รวมทั้งมีแนวทางเข้าร่วมยื่นซองประมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้า (PPA) ในช่วงของโรงไฟฟ้าชีวมวลอีกหลายโครงการ คิดเป็นกำลังผลิตรวมส่วนนี้ราว 90 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กำลังการผลิต 10 เมกกะวัตต์ เพื่อเสริมกำลังผลิตไฟฟ้ารวมของ TPCH ให้เพิ่มขึ้นและผลักดันให้ PPA ในมือขยับเป็นตามเป้าที่วางไว้จะมีวางไว้จะมีอยู่ที่ 250 เมกะวัตต์ในสิ้นปี 2563

*ปีหน้าโตก้าวกระโดด

นางกนกทิพย์ กล่าวเสริมว่า ในแง่แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก AEDP2018 ของภาครัฐที่ประกาศออกมานั้น ซึ่งมีใจความสำคัญคือ จะมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนจากพลังงานทั้งหมดอยู่ที่ 30% และจะมีการจัดสรรโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะชุมชนให้เอกชนเข้าลงทุนเพิ่มเติม บริษัทเชื่อถือเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมประมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้าล่วงหน้าของโครงการเหล่านี้เพิ่มเติมในอนาคต จากปัจจุบันที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าในรูปแบบดังกล่าวอยู่แล้ว

สำหรับผลประกอบการปี 2563 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปี 2562 ที่ประมาณการรายได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 1.57 พันล้านบาท เนื่องจากมีกำลังผลิตจากไฟฟ้าแห่งใหม่เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้บริษัทประมาณการจำนวนหน่วยขายไฟฟ้าปี 2563 ขยับเพิ่มเป็น 720 ล้านหน่วย จากปีนี้ที่คาดไว้ราว 430 ล้านหน่วย