BMเตรียมรับทรัพย์มาร์จิ้นพุ่ง อานิสงส์ราคาเหล็ก-โลหะลด

ทันหุ้น – BM โดดรับอานิสงส์ทิศทางราคาเหล็ก-โลหะ ลดลง หนุนมาร์จิ้นครึ่งปีหลังเติบโตดี ลุยชิงงานเติมพอร์ตเพิ่ม คาดคว้าได้ 1 พันล้านบาทตามแผน โชว์งานในมือกว่า 500 ล้านบาท บุ๊คเข้าปีนี้ทั้งหมด มั่นใจรายได้เติบโต 10-20% จากปีก่อน 996 ล้านบาท

นายธีรวัต อมรธาตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM เปิดเผยว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรก หลังจากในขณะนี้ราคาเหล็ก และโลหะ ที่เป็นวัตถุดิบหลักมีการปรับตัวลดลง จากเดิมที่ราคา 22 -24 บาท ปัจจุบันอยู่ที่ราว 20 บาทต้นๆ ทำให้บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงคาดว่าจะช่วงผลักดันอัตรากำไรปีนี้ให้ตัวเลขกลับมาดียิ่งขึ้น

ลุยรับงาน 1 พันล.

สำหรับปัจจุบันบริษัทเดินหน้ารับงานใหม่เพิ่มอีกมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในปี 2562 หลังจากในช่วงก่อนหน้าบริษัทได้มีการรับรู้รายได้จากธุรกิจตู้สื่อสาร “USO NET เฟส 2 ประมาณ 2,500 ตู้

ขณะที่เเนวโน้มยอดขายในกลุ่มสินค้าแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็ก ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มสินค้าในปี 2562 ประกอบด้วย (1) รางและท่อร้อยสายไฟฟ้า (2) ตู้สื่อสาร ตู้ไฟฟ้า และตู้โลหะ (3) ตู้ควบคุมไฟฟ้าและโคมไฟฟ้า (4) โลหะเชื่อมประกอบ (5) แม่พิมพ์โลหะ เครื่องมือ และอุปกรณ์ และ (6) ชิ้นส่วนโลหะ  ซึ่งสินค้าในกลุุ่มรางเเละท่อร้อยสายไฟฟ้ายังมีการเติบโตที่ดี เเม้ว่าภาวะอุตสาหกรรมก่อสร้างชะลอตัวลง โดยบริษัทมองว่ายอดขายส่วนนี้มาจากงานในมือ(Backlog) ราว 500 ล้านบาท จากงานรถไฟฟ้าซึ่งใช้ระยะเวลานานในการส่งมอบ ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ภายในปีนี้ทั้งหมด

สำหรับแผนการลงทุน ในการร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่น บริษัท นิตโตโคเกียวเทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ NITTO ล่าสุดได้เพิ่มทุน 150 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างโรงงานใหม่ ในอุตสาหกรรมโรจนะ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและ เริ่มเดือนเครื่องการผลิตได้ภายในปี 2563

สินค้าใหม่คำสั่งซื้อเพิ่ม

ในส่วนของธุรกิจผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ปัจจุบันได้รรับการสนับสนุนจากกระทรวงอุตสาหกรรม ในการนำไปใช้ในธุรกิจอาหาร(Food truck ), การขนถ่ายสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดและต้นทุนต่ำ ซึ่งได้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ในปัจจุบันลูกค้าในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมได้มีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และบริษัทอยู่ระหว่างปรับปรุงรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า ก่อนที่จะมีการส่งมอบให้กับลูกค้า ประเมินราคาเริ่มต้นที่ราว 70,000 บาท

ส่งผลให้บริษัทจะมีการเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจผลิตรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าภายในปีนี้ และธุรกิจดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ดีบริษัทยังมั่นใจว่ารายได้รวมทั้งปีจะทำได้ตามเป้าเติบโต 10-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 996 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 24.67 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้แล้วกว่า 395 ล้านบาท ขณะที่สัดส่วนรายได้ในปีนี้ คาดการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้รับเหมาจะเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อนที่ 60% ส่วนรายได้จากธุรกิจ B2B คาดจะอยู่ที่ 40%