MINTดีลอีกซื้อโรงแรมยุโรป ธุรกิจอาหารเข้าร้านสะดวกซื้อ

ทันหุ้น –MINT แย้มมีแผนเข้าซื้อโรงแรมในทวีปยุโรปอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสนอแผนธุรกิจ5ปีเข้าบอร์ด พ.ย.นี้ ปรับกลยุทธ์ธุรกิจอาหารลดขนาดสาขาแทรกซึมอาคารสำนักงาน หมู่บ้าน ร้านสะดวกซื้อ เจาะกลุ่มเป้าหมาย ด้านนักวิเคราะห์คาด EBITDAโต 44.1% แนะ “ซื้อ” เคาะเป้า 47 บาท

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์รองประธานเจ้าหน้าที่การเงินส่วนกลาง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINTระบุ บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนธุรกิจระยะ 5 ปี (2563-2567) ซึ่งเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ภายในเดือนพฤศจิกายน 2562 นี้  เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว เบื้องต้นบริษัทยังมีแผนเข้าซื้อโรงแรมใหม่เพิ่มเติมอีกหลายแห่ง ในประเทศสเปน โดยบริษัทมีงบประมาณรองรับไว้ในระดับที่เหมาะสม

“ปัจจุบันมีโรงแรมรวมในเครือจำนวน 500 แห่งทั่วโลก และมีแผนปรับปรุงตามอายุการใช้งานของโรงแรมแต่ละแห่ง ดังนั้นภายใต้แผนธุรกิจ 5 ปี เรามองศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบกับเรามีงบประมาณรองรับการลงทุนด้านต่างๆ รองรับไว้อย่างเหมาะสม ดังนั้นการเข้าซื้อเราจะพิจารณาทำเลที่ตั้ง และราคาที่เหมาะสมเป็นหลัก”

ปรับกลยุทธ์ธุรกิจอาหาร

ในส่วนของธุรกิจอาหาร นายชัยพัฒน์ ยอมรับว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงต้องปรับกลยุทธิ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ปรับรูปแบบสาขาที่จะเปิดใหม่ให้มีขนาดเล็กลงเน้นโลเคชั่นใหม่ ๆ เช่น ที่พักอาศัย,อาคารสำนักงาน,  ร้านสะดวกซื้อ, สถานีรถไฟฟ้า, และปั๊มน้ำมัน เป็นต้น เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่เน้นสะดวกรวดเร็วมากขึ้นขณะเดียวกันยังเตรียมงบฯไว้สำหรับรีโนเวตสาขาเดิมของทุก ๆ แบรนด์ที่เปิดมานาน เนื่องจากจะต้องปรับปรุงตกแต่งร้านให้มีภาพลักษณ์ทันสมัย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ หรือบางร้านอาจต้องย้ายไปในพื้นที่ที่มีทราฟฟิกมากขึ้น

พร้อมกันนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมนูใหม่อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดแคมเปญ โปรโมชั่นต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคให้มากที่สุด โดยบริษัทเน้นหนักไปที่การควบคุมคุณภาพอาหารและวัตถุดิบที่มีคุณภาพเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ยังต้องเน้นการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยที่ผ่านมาได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น “1112 ดีลิเวอรี่” เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายอาหาร และเครื่องดื่มจากแบรนด์ในเครือ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยรายได้หลักจากดีลิเวอรี่ 30%ยังมาจากแบรนด์เดอะพิซซ่า คอมปะนี ขณะนี้ได้นำร่องให้บริการจัดส่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังจากนี้จะทยอยให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ

สำหรับตลาดต่างประเทศ ปัจจุบันมีร้านอาหาร 769 สาขา ใน 26 ประเทศ ครอบคลุมทั่วทวีปเอเชีย โอเชียเนีย ยุโรป และแคนาดา โดยประเทศที่มีอัตราการเติบโตที่ดี คือ จีน จากแบรนด์ร้านอาหารริเวอร์ไซด์ โดยปัจจุบันมี 55 สาขา ซึ่งแนวโน้มการบริโภคในจีนโตขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ปัจจุบันร้านอาหารในจีนกระจุกตัวอยู่เฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่าง เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่งเท่านั้น จึงมีช่องว่างในการเปิดสาขาใหม่อีกมาก โดยบริษัทมีแผนจะเดินหน้าขยายสาขา “ริเวอร์ไซด์” ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมาย ริเวอร์ไซด์ จะเติบโตในจีนกว่า 10% ในทุก ๆ ปี

แนะ “ซื้อ” เป้า 47 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า MINT จะสามารถตอบสนองต่อความต้องการในธุรกิจท่องเที่ยว และการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทั้งโลกตามจำนวนชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าปี 2562 MINT จะมีสัดส่วนรายได้จาก NH Hotel Group (NHH) ประมาณ 70% ของรายได้รวมของโรงแรมในเครือของ Minor และจะเป็นตัวหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือค่าเงินปอนด์ที่ทรงตัวในระดับอ่อนค่า กระตุ้นการท่องเที่ยวในยุโรปให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญขณะที่จำนวนห้องพัก หรือโรงแรมในยุโรปเริ่มมีจำกัดฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าจ้านวนห้องพักโรงแรมจะเพิ่มขึ้นเพียงแค่ปีละ 0.1% ถึง 1.4%เท่านั้น ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในแหล่งท่องเที่ยวหลักจะโตถึงปีละ 1.7% ถึง 3.2%คาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย. (EBITDA) ทั้งปี 2562 ของMINT จะอยู่ที่ 22,712  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1%แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 47 บาท