AHขายAVAPให้พันธมิตร รับ337ล.บุ๊คกำไรQ3ทันที

ทันหุ้น–AH ขายหุ้น บ.ร่วมทุน AVAP ที่ถืออยู่ 51%ให้พันธมิตรเวียดนาม “วินฟาสท์” มูลค่า 377 ล้านบาท บุ๊คกำไรไตรมาส 3/62 นี้ทันทีหนุนปันผลปีนี้ดีขึ้น ส่วนผลงานครึ่งปีหลัง2562 ดีกว่าครึ่งปีแรก พร้อมวางแผนสยายปีกต่างประเทศ

นายเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)หรือAH  ระบุว่า คณะกรรมการมีมติอนุมัติขายหุ้นบริษัท อาปิโก วินฟาสท์ ออโต้พาร์ทส์ จำกัด (AVAP)ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้าที่ทางบริษัท ถือหุ้นที่ 51.0% ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะปั้มขึ้นรูปและประกอบชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศเวียดนาม

หลังจากบริษัท ได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นกับบริษัท Vinfast Trading and Production Limited Liability เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2562โดยธุรกรรม มีมูลค่าเท่ากับ 288,000 ล้านดองเวียดนาม หรือเท่ากับ 377 ล้านบาท โดยทางบริษัทได้รับกำไรจากธุรกรรมนี้ และจะบันทึกเป็นกำไรพิเศษในช่วงไตรมาส 3/2562 ทันที

@เล็งจ่ายปันผลสูง

ทั้งนี้บริษัทได้ลงทุนใน AVAP ประมาณ 1 ปี ซึ่งการขายหุ้นดังกล่าวบริษัทพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และจากกำไรพิเศษดังกล่าวมีโอกาสที่จะส่งผลให้บริษัทมีโอกาสจ่ายปันผลในอัตราที่มากขึ้น แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาผลประกอบการโดยรวมอีกครั้ง

“สำหรับการขายหุ้น AVAP นั้นจะรับรู้กำไรทันทีในไตรมาส 3 นี้เพราะกระบวนการทั้งหมดแล้วเสร็จจึงได้มีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ โดยสำหรับ AVAPบริษัทได้เข้าลงทุนระยะเวลาประมาณ 1 ปี แต่การขายหุ้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ดี ที่บริษัทมีกำไร”นายเย็บ ซู ชวน กล่าว

@ครึ่งหลังผลงานดีขึ้น

ส่วนผลประกอบการครึ่งปีหลัง2562 บริษัทมั่นใจว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรกที่มีรายได้ 9,284 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิที่ 356 ล้านบาท มาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากชิ้นส่วนยานยนต์ในโมเดลรถรุ่นใหม่ ซึ่งบริษัทได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งคาดว่าปี2562 รายได้รวมจะทำได้สูงกว่าเป้าหมาย 10% เนื่องจากในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทจะมีการควบรวมงบการเงินของบริษัท Sakthi Global Auto Holdings Limited (SGAH) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศอินเดีย โปรตุเกส สหรัฐอเมริกา และจีน โดยจะถือหุ้น 100% จากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นที่ 50.01%  ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎเกณฑ์ของประเทศอังกฤษ

ปัจจุบัน SGAH มียอดขายรวมใน 4 ประเทศกว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 10,000 หมื่นล้านบาท จากผลประกอบการในอินเดีย โปรตุเกส  และจีน เติบโตได้ดี แต่ส่วนผลประกอบการของสหรัฐอเมริกาอาจจะติดปัญหาในเรื่องของกระแสเงินสด และการจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงทำให้ผลประกอบการปีนี้อาจจะยังทำให้ผลประกอบการยังขาดทุน จึงทำให้ขณะนี้จึงต้องระดมทุนจากธนาคารในสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีบริษัทเชื่อว่าในระยะยาว SGAH จะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี แต่ระยะสั้นอาจจะยังเห็นการขาดทุนบ้าง

ส่วนสถานการณ์การผลิตรถยนต์ปีนี้จะอยู่ที่ 2,150,000 คันยังทรงตัว ดังนั้นการเติบโตจากนี้อาจจะไม่โดดเด่นมากนัก ทำให้บริษัทมองโอกาสที่จะขยายฐานตลาดต่างประเทศต่อเนื่องทั้งการร่วมทุนและซื้อกิจการ เช่นในประเทศญี่ปุ่นเป็นต้น