GUNKULมีดีลเทกโอเวอร์ เล็งโซลาร์เวียดนาม60MW

ทันหุ้น – GUNKUL ซุ่มดีลซื้อกิจการโซลาร์เวียดนาม 60 เมกะวัตต์ คาดสรุปได้เดือนตุลาคมนี้ ดันกำลังผลิตไฟฟ้าพุ่งจากเดิมเกือบ 500 เมกะวัตต์ แถมเล็งศึกษาร่วมทุนพาร์เนอร์อัพฐานประเทศไต้หวัน คาดชัดเจนไตรมาส 1/2563 พร้อมตั้งงบลงทุนเฉลี่ย 3 ปี ราว 8-9 พันล้านบาทต่อปี

ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ในประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังผลิตราว 60 เมกะวัตต์ โดยโครงการดังกล่าวได้เปิดผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งคาดใช้เงินอยู่ที่กว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.8 พันล้านบาท และน่าจะได้เห็นความชัดเจนช่วงเดือนตุลาคมนี้

*ลุยขยายฐานไต้หวัน

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่เกือบ 500 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโรงไฟฟ้าจากพลังงานลม (วินด์) ประมาณ 180 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือมาจากโครงการโซลาร์ทั้งในรูปแบบฟาร์มและรูฟท็อป อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเข้าร่วมทุนกับพาร์เนอร์ในประเทศไต้หวัน เพื่อขยายฐานลงทุนโซลาร์และวินด์เพิ่มเติม โดยเบื้องต้นคงจะเป็นการลงทุนในส่วนของโซลาร์ร่วมกับพาร์เนอร์ ขนาดกำลังผลิตราว 20 เมกะวัตต์ โดยประเมินคงได้ความชัดเจนต้นปี 2563

ส่วนในแง่ของโครงการพลังงานลมในไต้หวันนั้นคงจะมีการร่วมทุนกับพาร์เนอร์ในท้องถิ่น เพื่อประมูล PPA เพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาด 60 เมกะวัตต์, 120 เมกะวัตต์ ซึ่งเบื้องต้นทาง GUNKUL หวังถือหุ้นราว 60-70% เชื่อได้ความชัดเจนภายในปีนี้

อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 ปีนับจากนี้ (ปี2562-2564) บริษัทได้วางงบลงทุนไว้ราว 8-9 พันล้านบาทต่อปี รองรับการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมองหาโอกาสในการขยายฐานธุรกิจพลังงานใหม่เพิ่มเติมด้วย โดยแหล่งเงินทุนนั้นคงมาจากเงินกู้ของสถาบันการเงินต่างๆ จากปัจจุบันที่บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่ราว 2.2 เท่า (นโยบายไม่เกิน 3 เท่า) รวมถึงกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของธุรกิจ ซึ่งคาดในแต่ละปีนั้นจะมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (EBITDA) อยู่ที่ 8-9 พันล้านบาท และเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ ในอนาคต

*ตุนงาน EPC กว่า 7 พันล.

ด้านธุรกิจการวางระบบและติดตั้งทางด้านวิศวกรรม (EPC) ปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) อยู่ที่ราว 7 พันล้านบาท จากโครงการทางด้านพลังงานในส่วนต่างๆ โดยคาดรับรู้ปีนี้ราว 400 ล้านบาท และที่เหลือคงต่อเนื่องในปี 2563 รวมทั้งบริษัทอยู่ระหว่างรอผลโครงการวางสายเคเบิ้ลใต้น้ำในส่วนของเกาะสมุย, เกาะเต่า, เกาะปันหยี คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 3.5 พันล้านบาท หวังได้รับการคัดเลือกให้ได้มากที่สุด คาดได้เห็นความชัดเจนเกี่ยวกับผลการประมูลโครงการเหล่านี้ช่วงไตรมาส 4/2562

นอกจากนี้ ทาง GUNKUL มีแนวคิดเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า (ปี 2563-2567) อย่างต่อเนื่อง หรือเฉลี่ยปีละ 1.5-2 หมื่นล้านบาท โดยธุรกิจหวังได้รับการคัดเลือกให้ได้มากที่สุด เพื่อรักษาระดับ Backlog ให้ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

*ย้ำเป้ารายได้ปีนี้หมื่นล.

ส่วนปี 2563 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ประมาณการอยู่ที่ 8 พันล้านบาท เพราะมีงานในมือด้าน EPC ที่รอรับรู้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งมีโอกาสได้รับโครงการใหม่เข้าเพิ่มเติม นอกเหนือ

จากการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนกำลังผลิตไฟฟ้าที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดร.สมบูรณ์ กล่าวเสริมว่า ในแง่ผลงานในไตรมาส 3/2562 บริษัทคาดผลงานจะเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 3/2561 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากพายุโซนร้อน “วิภา-โพดุล” ที่เคลื่อนที่เข้าสู่ภาคอีสานและเหนือ ส่งผลให้เกิดลมแรงและโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่ห้วยบงนั้นสามารถผลิตและขายไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดเจน