ความเสี่ยงที่ต้องคอยเตือนตัวเองตลอดเวลา

ตลาดหุ้นบ้านเราตอนนี้ก็ต้องยอมรับครับว่าเริ่มมีทิศทางแนวโน้มสดใสขึ้นมาบ้าง โดยหุ้นที่ต้องถือว่าเป็นตัวผลักดันตลาดในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นหุ้นพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นสูงต่อเนื่อง แต่ตลาดยังมีเรื่องสำคัญให้ต้องเฝ้าติดตามในเดือนนี้ เนื่องจากจะมีการประชุมธนาคารกลางสำคัญหลายประเทศ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก หลังจากเพิ่งปรับลดไปเมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว แต่ก็ยังต้องรอความชัดเจนในที่สุดว่าลดจริงอย่างที่คาดไว้หรือไม่ หรือจะมีเซอร์ไพร์สตลาดหรือไม่ ดังนั้นตลาดช่วงนี้คงเลือกเก็งกำไรในกรอบแคบ Wait&See กันไปก่อน

การลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้นอกจากเฝ้าจับตาดูหุ้นกลุ่มพลังงานแล้ว ก็ยังมีหุ้นอีกหลายกลุ่มที่น่าสนใจและอยู่ในการมองของนักลงทุนอยู่เหมือนกัน หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินแต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นหุ้นกลุ่มที่กองทุนและต่างชาติให้ความสนใจมาโดยตลอดอยู่แล้ว เพราะถือว่าเป็นหุ้นที่มีความมั่นคงพื้นฐานแกร่ง อย่าง KBANK ,SCB ,KTB ,BBL ที่ขณะนี้นักวิเคราะห์เริ่มออกคำแนะนำให้ทยอยซื้อสะสมลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้กันแล้วเนื่องจากที่ผ่านมามองว่าราคาลดลงสะท้อนปัจจัยลบเรื่องแนวโน้มดอกเบี้ยขาลงไปมากแล้ว อีกทั้งราคาหุ้นยังเทรดกันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีเสียอีก

การลงทุนในตลาดหุ้นนั้นอย่างไรเสียก็มีความเสี่ยงและเป็นสิ่งที่นักลงทุนจะต้องคอยเตือนตัวเองอยู่ทุกครั้งที่จะซื้อจะขายหุ้น อย่าคิดแต่เพียงว่าการซื้อหุ้นเป็นความเสี่ยง และเมื่อขายหุ้นแปลว่าหมดความเสี่ยงเพราะเมื่อเราขายหุ้นไปแล้วนั้น ความเสี่ยงที่ตามมาก็คือ หุ้นมันอาจจะขึ้นไปได้อีกมาก ซึ่งเมื่อเราขายหุ้นไปแล้ว เราก็เสียประโยชน์และโอกาสที่ควรจะได้ไปมากทีเดียว จะเห็นได้ว่ากำไรที่เราควรจะได้แล้วไม่ได้ ก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่ง และเป็นลักษณะของการลงทุนที่ไม่รู้จักบริหารจัดการกับความเสี่ยงนั้น ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า จะต้องซื้อหุ้นที่ราคาต่ำสุด แล้วขายที่ราคาสูงที่สุด แต่หมายความว่า เราควรจะต้องขายหุ้นในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ขึ้นมานิดเดียวก็ขายเพราะกลัวราคาจะลง แต่พอราคาลงกลับไม่ยอมตัดใจขายหุ้นขาดทุนเล็กน้อยในช่วงแรกแต่กลับทนถือจนสุดท้ายทนแรงบีบคั้นไม่ไหวต้องขายในจุดที่ขาดทุนอย่างมากมาย แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่การลงทุนของเราจะเติบโตก้าวต่อไปข้างหน้าได้กันล่ะครับ

สิ่งสำคัญที่นักลงทุนทั่วไปจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนในช่วงเวลานี้ การลงทุนที่ดีมีให้เราเลือกหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งสำคัญการลงทุนของเรานั้นจะต้องมองถึงการลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด หากเป็นการลงทุนระยะยาวคงต้องโฟกัสไปที่หุ้นขนาดใหญ่ที่มั่นคงเน้นผลตอบแทนที่แน่นอนไม่หวือหวามีปันผลสม่ำเสมอ หรือการลงทุนที่เน้นในหุ้นขนาดกลางและเล็ก ที่มีผลตอบแทนสูงก็สามารถเลือกลงทุนได้เหมือนกัน แต่ทั้งหมดนี้ต้องใช้พื้นฐานที่แท้จริงเป็นตัวตัดสินใจในการคัดเลือกหุ้นบนเหตุและผลที่เป็นจริงไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีแล้ว และที่สำคัญจะไม่สนใจราคาที่จะขยับขึ้นหรือลงมากน้อยแค่ไหนตราบที่พื้นฐานของหุ้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

หลักคิดสำคัญง่ายๆสำหรับการลงทุนที่แท้จริงนั้นคือ การคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนจากพื้นฐาน พัฒนาการของธุรกิจจากอดีตสู่ปัจจุบันตลอดจนคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำ ประเมินความสามารถวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนรูปแบบของธุรกิจ โดยเน้นในเรื่องของคุณภาพมากกว่าราคาที่เคลื่อนไหวบนกระดานซื้อขาย และจะขายหุ้นก็ต่อเมื่อราคาหุ้นได้ปรับขึ้นไปสู่ราคาเป้าหมายที่ได้ทำการประเมินเอาไว้แล้ว หรือต้องขายหากการประเมินพื้นฐานของเราผิดพลาด หรือจะต้องขายเมื่อเราเจอหุ้นตัวอื่นที่เราเห็นว่าดีกว่า

อย่างไรก็ตามการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นการลงทุนที่ดี เป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง การลงทุนที่ดีจะต้องพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนให้รอบคอบ ประเมินรู้ได้อย่างแท้จริง ทุกครั้งที่จะลงทุนซื้อหรือขายหุ้นต้องอยู่บนเหตุผลที่รองรับได้ ส่วนภาวะจิตใจอารมณ์ส่วนตัวจะมีผลน้อยมากต่อการซื้อหรือขายหุ้น เรียกได้ว่า ไม่มีอาการลนลานจิตใจมั่นคงไม่วอกแวกต่อสิ่งเร้าที่ไม่ได้ส่งผลต่อการลงทุนของเราให้เปลี่ยนแปลงไป นักลงทุนจึงจะประสบความสำเร็จและเป็นผู้ชนะก้าวเดินไปสู่เส้นชัยครับ จงอย่ายอมแพ้และหยุดพัฒนาตัวเองหากพึงหวังที่จะเป็นนักลงทุนที่ดี