‘CHO’ฟ้องขสมก. เลิกระบบE-Ticket เรียกชดใช้1.55พันล.

ทันหุ้น – CHO ยื่นฟ้อง ขสมก.ต่อศาลปกครอง หลังถูกยกเลิกสัญญาให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket เรียกค่าเสียหายกว่า 1.55 พันล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5% ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง

นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า ตามที่บริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) ได้ทําสัญญาให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจําทาง จํานวน 2,600 คัน มีกําหนดระยะเวลาการเช่า 5 ปี มูลค่าโครงการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท ต่อมาบริษัทได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐขอยกเลิกการ ทําสัญญาฯ ดังกล่าว มูลค่าโครงการที่บอกยกเลิกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท

เรียกชดใช้ 1.55 พันล.

โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 บริษัทได้มอบหมายให้สํานักงานกฎหมายผู้เชี่ยวชาญ ยื่นคําฟ้องหน่วยงานรัฐ ณ ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดําที่ 1998/2562 ระหว่างบริษัท ช ทวี จํากัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าการงาน และค่าเช่าที่ควรได้รับแก่บริษัท เป็นเงินจํานวน 1,556,074,766.36 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบหกล้านเจ็ดหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยหกสิบหกบาทสามสิบหกสตางค์) (ราคาไม่รวมภาษี) พร้อมดอกเบี้ยในอัตรา 7.5%  ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง จนถึงวันชําระแล้วเสร็จ และให้คืนหลักประกันสัญญาพร้อมค่าธรรมเนียมที่จะเกิดจากการคืนหลักประกันล่าช้าดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายนิติธร ดีอำไพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น จากไตรมาส 2/2562 หลังบริษัทประสบปัญหาขาดทุนอยู่ราว 2.09 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองกฎหมายคุ้มครองแรงงานจ่ายเงินชดเชยหลังเกษียณให้กับลูกจ้างที่มีอายุงาน 20 ปีขึ้นไปใน 400 วัน มูลค่าประมาณ 6.4 ล้านบาท รวมถึงรับรู้ผลการขาดทุนจากกิจการร่วมค้ากลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO จำนวน 6 ล้านบาท และขาดทุนจากบริษัทย่อย บริษัท อมรรัตนโกสินทร์ จำกัด จำนวน 1.8 ล้านบาท ซึ่งหากคิดธุรกิจหลักเพียงอย่างเดียว CHO มีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท

ลุยงานใหม่ 2 พันล.

อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมประมูลงานใหม่มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น งานรถลำเลียงอาหารสำหรับเครื่องบิน สายการบินของดูไบ มูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท คาดรู้ผลช่วงปลายเดือนกันยายน – ตุลาคม 2562 และการประมูลงานเช่ารถโดยสารของ บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 257 คัน มูลค่าโครงการรวม 1,826 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดประมูลในช่วงเดือนตุลาคม 2562 นี้ โดยบริษัทจะเข้าร่วมประมูลร่วมกันกับบริษัททั่วไป ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องราคาอีกครั้ง

ขณะที่โดยภาพรวมผลการดำเนินงานทั้งปี บริษัทยังคงย้ำเป้าหมายเติบโตไม่น้อยกว่า 5% จากปีก่อนที่มีรายได้ 2,288.22 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ของงานในมือ (Backlog) ที่มีอยู่ปัจจุบันที่ประมาณ 1,828 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยรับรู้ครึ่งปีหลังปี 2562 ประมาณ 380 ล้านบาท และอีก 1,448 ล้านบาท จะรับรู้ในปีหน้าเป็นต้นไป