ALLดันรายได้ทะลุ4.5พันล. แย้มแผนศึกษาคลอดหุ้นกู้

ทันหุ้น – บิ๊ก ALL “ธนากร ธนวริทธิ์” เร่งดันรายได้ปีนี้ทะลุเป้าหมายที่ 4.5 พันล้านบาท จากแบ็กล็อกในมือกว่า 8 พันล้านบาท เตรียมบุ๊กเข้าปีนี้ 50% ใส่เกียร์หน้าผุดโครงการใหม่ 1.2 หมื่นล้านบาท แย้มอยู่ระหว่างศึกษาออกหุ้นกู้รองรับการลงทุนในอนาคต คาดชัดเจนปลายปีนี้

นายธนากร ธนวริทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะสามารถผลักดันรายได้ปีนี้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ที่ 4,500 ล้านบาท ซึ่งมาจากการรับรู้รายได้ยอดรอโอน(Backlog) ที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีอยู่ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการ Low-Rise มูลค่า 5,520 ล้านบาท เเละ โครงการ High-Rise มูลค่า 2,240 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นโครงการ Townhome มูลค่าราว 240 ล้านบาท ซึ่งในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ประมาณ 50%

สต็อกสินค้าพร้อมขาย

นอกจากนี้บริษัทยังมีสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขาย(Inventory) อยู่ที่ราว 200 ล้านบาท ได้เเก่ โครงการ Rise Rama 9 จำนวน 10 ยูนิต มูลค่า 26 ล้านบาท เเละโครงการ The Excel Khukot จำนวน 120 ยูนิต มูลค่า 175 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถระบายสต็อกสินค้าได้ภายในไตรมาสที่ 3/2562 นี้

สำหรับในช่วงที่เหลือของปี 2562 บริษัทยังมีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการแนวราบจำนวน 3 – 4 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าอัตราการเติบโตของยอดขายปีนี้ไว้ที่ 7,000 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงครึ่งปีเเรกบริษัทสามารถทำได้เเล้ว 4,125 ล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปี 2562 จะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างการพิจราณาออกหุ้นกู้ เพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนช่วงปลายปีนี้

รายได้ประจำศูนย์การค้า

อย่างไรก็ตาม ALL ยังมีรายได้ประจำจากศูนย์การค้า  The New Forum Plaza  ซึ่งมีพื้นที่เช่ากว่า 12,000   ตารางเมตร และบริษัทได้สิทธิ์การเช่ากว่า 29 ปี ซึ่งประมาณการรายได้ตลอดระยะเวลาเช่ารวมกว่า 5,800 ล้านบาท ซึ่งวางเป้าหมายสัดส่วนรายได้ใน 3 ปี แบ่งเป็น จากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 70% จากปัจจุบัน 90% เเละรายได้ประจำ 20% จากปัจจุบันที่ 8 – 9% รวมถึงธุรกิจบริการ&นายหน้า 10%

ขณะที่ช่วงไตรมาส 3/2562 บริษัทเชื่อว่าทิศทางผลการดำเนินงานยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านยอดขายเเละรายได้ ซึ่งบริษัทถือว่ามีข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญ โดยมีทีมงานขายและการตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศที่มีศักยภาพ มีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าต่างชาติ และบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลที่ ผู้ประกอบการรายอื่นมองข้าม และมีการแข่งขันน้อยในราคาที่เหมาะสม

ปัจุบันบริษัทมีโปรดักส์ครอบคุลม ที่ไม่ใช่ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาทิ 1. ธุรกิจ (Thai D) ซึ่งประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าขายอสังหาริมทรัพย์  ให้แก่ลูกค้าหรือนักลงทุนต่างประเทศที่มีความต้องการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยจะได้รับค่าตอบแทนในรูปแบบของ ค่าคอมมิชชั่น (Commission)

ลงทุนอสังหาริมทรัพย์

2.การลงทุน (Strategic Investment Model) ที่คาดว่าจะเริ่มเห็นในปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 ดำเนินธุรกิจลงทุนซื้อและขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายย่อย ภายใต้ชื่อ “Rise Venture” ซึ่งจะได้รับค่าตอบแทนเป็นส่วนต่างระหว่างราคาขาย และต้นทุนในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Capital Gain)

และ 3.ธรุกิจ ALL Property Services ให้บริการด้านการบริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดให้กับโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัท โดยจะเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ เริ่มมีการโอนห้องชุดของโครงการ และให้บริการต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอีกอย่างน้อย 1 ปี

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้รวม 1,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 213 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 2/2562 บริษัทมีรายได้รวม 840 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% และมีกำไรสุทธิ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน