M ทุ่ม 2 พันล้าน ซื้อแหลมเจริญ ซีฟู้ด ?

สถานการณ์ตลาดหุ้นบ้านเราตอนนี้ถือว่าดูดีใช้ได้ ดัชนีมีการขยับปรับขึ้นต่อเนื่องด้วยแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่นำตลาด ถือเป็นสัญญาณการกลับตัวขึ้นรอบใหม่ได้หรือไม่ ซึ่งทำให้ตลาดหุ้นนั้นกลับมามีความคึกคัก น่าสนใจ และที่สำคัญหุ้นหลายๆตัวที่ปรับตัวขึ้นพร้อมกับความร้อนแรงและยังสามารถทำราคาสูงสุดใหม่กันอีกด้วย เป็นอีกแรงหนุนให้ตลาดขับเคลื่อนด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ และที่สำคัญอย่าลืมครับ ท่องเอาไว้ หุ้นขึ้นให้ขายช้า หุ้นลงให้ขายเร็ว จะได้ร่ำรวย ร่ำรวยกันทุกคน  จากการที่ตลาดหุ้นกำลังเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นช่วงนี้จึงต้องพยายามเกาะเกี่ยว ให้สอดคล้องตามสถานการณ์ที่เป็นไปให้ได้ไม่เช่นนั้นอาจจะมีรายการที่เรียกว่าตกรถกันได้นะครับ แต่การลงทุนต้องอยู่บนพื้นฐานที่เป็นจริง ยอมรับได้ ไตร่ตรองทำการบ้านมาเป็นอย่างดีไม่ใช่เห็นว่าตลาดขึ้นหุ้นทุกตัวเขียวหมดก็กระโจนเข้าใส่เลย  ต้องไม่ลืมว่าการลงทุนในตลาดหุ้นนั้นยังไงก็มีความเสี่ยงอยู่ที่เราจะบริหารความเสี่ยงให้ลดลงได้อย่างไร การเลือกลงทุนในหุ้นที่ถูกตัว ถูกจังหวะ ย่อมลดความเสี่ยงได้มากและโอกาสที่จะประสบความสำเร็จก็เพิ่มขึ้นตามเช่นกัน มีสติคิดวิเคราะห์กันสักหน่อย ให้รู้ลึกรู้จริงในหุ้นที่เราสนใจจริงๆ ไม่เล่นตามกระแสข่าวสารข้อมูลที่ขาดเหตุผลรองรับ พวกนี้หลีกหนีให้ไกลเลยครับ หากเข้าไปแล้วติดแล้วนี่จะเหนื่อยแน่นอน

การที่จะทำมาหาเงินจากตลาดหุ้นให้ได้กำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำนั้น มีสิ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญคือคือ การวางแผนการลงทุนอย่างเป็นระบบและมีแบบแผน จะช่วยทำให้เราก้าวสู่ความสำเร็จที่ต้องการได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่จะเข้าซื้อหุ้นตัวใด  สิ่งแรกที่เราต้องรู้ให้ได้ก่อนคือ ความเป็นไปในอนาคตของหุ้นตัวนั้น ๆ ที่ต้องแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของธุรกิจ และความสามารถในการสร้างผลกำไรในอนาคตที่ดีได้อย่างแท้จริง และสิ่งสำคัญเราต้องสามารถประเมินมูลค่าราคาหุ้นที่เหมาะสมบนพื้นฐานที่แท้จริงของตัวหุ้นได้อย่างชัดเจน  แล้วจึงค่อยตัดสินใจเข้าซื้อเก็บสะสมหุ้นเหล่านั้นเข้าพอร์ตเพื่อความสัมฤทธิ์ผลกับการลงทุนที่ดีได้

หากว่าเราไม่สามารถลงทุนกับหุ้นเหล่านั้นด้วยเหตุผลบนพื้นฐานที่เป็นจริงที่เรารู้ได้แล้ว  ย่อมมีโอกาสประสบกับความล้มเหลวในตลาดหุ้นแห่งนี้  เพราะฉะนั้นการลงทุนในสถานการณ์ใดก็ตามไม่ว่าหุ้นจะขึ้นหรือหุ้นจะลง ต้องมีความระมัดระวังไม่ประมาท มีสติคิดให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจเพื่อการลงทุนต่อไป

สร้างความฮือฮา เป็นที่กล่าวขวัญกัน เมื่อ บริษัท  เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M ประกาศจะเข้าซื้อหุ้น 65% ในบริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด ในมูลค่าดีลนี้ 2,060 ล้านบาท โดย M แจ้งมติคณะกรรมการอนุมัติให้บริษัทย่อย “คาตาพัลท์” เข้าลงทุนในหุ้นของ บริษัท แหลมเจริญ ซีฟู้ด จำกัด เจ้าของร้านอาหารทะเลชื่อดัง ในสัดส่วน 65% ของกิจการ ด้วยมูลค่า 2,060 ล้านบาท โดยใช้เงินทุนหมุนเวียนของบริษัท คาดว่าการเข้าลงทุนจะแล้วเสร็จช่วงปลายปีนี้

ทั้งนี้ต่างมองกันว่าเมื่อ M เข้าซื้อกิจการแหลมเจริญ ซีฟู้ด แล้วจะส่งผลดีคือ จะสามารถsynergiesต่อยอดธุรกิจกันได้ เพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพิ่มอำนาจต่อรองซัพพลายเออร์ นอกจากนี้ M จะสามารถใช้ ระบบ โลจิสติกส์ของตัวเอง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของแหลมเจริญ ซีฟู้ด ซึ่งจะกำจัดจุดอ่อนเรื่องคุณภาพสินค้า อาหารทะเลที่ต้องการความสดใหม่เสมอ อีกทั้งยังช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกทางหนึ่งด้วย

ปัจจุบันแหลมเจริญ ซีฟู้ด มี 27 สาขาใน 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพ เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น อุดรธานี และนครราชสีมา และร้านอาหารส่วนใหญ่ของแหลมเจริญ ซีฟู้ด จะตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งสะท้อนว่าลูกค้าเป้าหมายน่าจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง ซึ่งคล้ายกับร้านสุกี้ MK ดังนั้นจึงเปรียบเสมือนว่าM สามารถขยายธุรกิจไปยังธุรกิจร้านอาหารเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่และได้ฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจร้านอาหารจัดว่ามีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง และร้านอาหารในเครือของ M เองที่ไม่ใช่ร้านสุกี้ MK ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จแบบร้านสุกี้เท่าไหร่นัก คงติดตามดูกันต่อไปว่าการซื้อ แหลมเจริญ ซีฟู้ด ของ M ด้วยมูลค่า 2 พันล้านบาทที่ไม่น้อยเลย จะสามารถเข้ามาต่อยอดสร้างการเติบโตในอนาคตให้กับ M ได้อย่างที่คาดหวังกันเอาไว้ได้หรือไม่